Macro paradise at Mactan Island (Cebu)

Macro paradise at Mactan Island (Cebu)

เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 54 ได้มีโอกาสไปทำ review งาน DRT Show (Dive Resort and Travel Show) ที่ฮ่องกง และได้รู้จักคุณ Yoshi Hirata ช่างภาพใต้น้ำระดับตำนานคนหนึ่งของโลก ผ่านทางคุณ Edward Lai เจ้าของ Nauticam

คุณ Yoshi ตอนนี้เปิด Resort ชื่อ Club Paraiso และ Dive Center ชื่อ Pcom Dream อยู่ที่เกาะเล็กๆชื่อ Mactan ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติ Cebu โดยคุณ Yoshi บอกให้เราฟังว่าที่นี่ มีของเล็กๆ ฮือฮา ไม่แพ้ Lembeh แถมยังมีแนวปะการังสวยงามให้จัดองค์ประกอบภาพกันด้่วย นั่นจึงเป็นที่มาของทริปสุดฮือฮาคราวนี้

การเดินทางไปดำน้ำที่นี่ก็ บินจากกรุงเทพ ไปต่อเครื่องที่ Manila ไป Mactan International Airport (Cebu) สิ่งที่กังวลส่ิงแรกคือการต่อเครื่องที่ Manila เพราะจากประสบการณเกือบตกเครื่องคราวที่แล้วที่ไป Palawan เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพราะต้องเปลี่ยน Terminal (ใช้เวลาเปลี่ยน Terminal เกือบ 3 ชั่วโมงเพราะรถติด คิวยาว และ อื่นๆ) แต่คราวนี้เนื่องจากเราบิน Philippines Airline ทั้งสองช่วง จึงไม่ต้องมีการเปลียน Terminal ที่ Manila ทำให้การต่อเครื่องเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิดเยอะ Boarding Pass ทั้งสองใบก็ออกให้ตั้งแต่เช็คอินที่กรุงเทพ กระเป๋าก็เกือบๆ Check Through ยกเว้นว่าเราต้องรอกระเป๋าที่สายพานที่ Manila Airport เพื่อยกไป Clear Custom ที่ counter พิเศษสำหรับผู้โดยสารต่อเครื่อง วิธีการก็แค่รอกระเป๋า หยิบใส่รถเข็น เดินไปหาเจ้าหน้าที่ให้เค้าตรวจ แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะขนกระเป๋าเราลงอีกสายพานหนึ่ง จากนั้นเราก็เดินออกจาก International Wing ขึ้นบันไดเลื่อน 1 ชั้นไป Domestic Wing เพื่อเข้า Gate ทั้งหมดเสียเวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้น สะดวกกว่าที่คิดเยอะเลย

จาก Mactan International Airport ก็มีคนจาก Resort มารับ และนั่งรถไปแค่ 15-20 นาทีก็ถึง Club Paraiso ซึ่งเป็น Resort ขนาดเล็กๆมีทั้งหมด 13 ห้อง + 1 Family Suite บรรยากาศใน Resort น่ารักมาก มีสวนสวยๆ มีสระว่ายน้ำเล็กๆ และ ห้องทานอาหารรวม ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มีน้องหมาน่ารัก 3 ตัวมาคอยต้อนรับด้วย ทุกๆห้องมี wifi ให้ใช้ฟรี เร็วปรู๊ดดด (ยกเว้นช่วงฝนตกหนัก internet ในห้องใช้ไม่ได้ ไม่ทราบว่าเพราะอะไร)

บรรยากาศภายใน resort เหมือนอยู่บ้าน

Interior ภายในสบายๆ มี Wifi ให้ใช้ด้วย

ดูรูป Resort เพิ่มเติมได้ที่ Flickr Set นี้เลยครับ

นอกจากบรรยากาศสบายๆ เหมือนอยู่บ้านแล้ว อีกสิ่งนึงที่เด็ดสุดๆของที่นี่คืออาหาร (ราคาอาหารรวมอยู่ในค่าที่พักแล้ว ยกเว้น เครื่องดื่ม) เพราะคุณ​Yoshi ก่อนที่จะผันตัวมาดำน้ำเต็มตัว เค้าเคยเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ใน Tokyo ซึ่งคุณ Yoshi เป็น Chef ด้วยตัวเอง ทุกๆวัน คุณ Yoshi จะไปดำน้ำ 2 ไดฟ์ ช่วงเช้ากับเรา และ ช่วงบ่ายเค้าจะไปจ่ายตลาด และ กลับมาทำอาหารเย็นให้เราทานกัน ต้องบอกว่าตั้งแต่ดำน้ำมาสิบกว่าปีไปมาก็หลายทริป หลายประเทศ ผมสามารถพูดได้เต็มปากว่า ทริปนี้เป็นทริปที่อาหารอร่อยที่สุดตั้งแต่เคยดำน้ำมาเลย

ลองดูรูปอาหารดูแล้วกันฮะ อาหารในรูปเป็นอาหารปกติที่ทานกันทุกๆวันที่นี่ ชนิดอาหารไม่เคยซ้ำกันเลย คุณโยชิเล่าให้ฟังว่าปกติเค้าจะดู และ คุยกับ แขกที่มาพักว่าเป็นใครมาจากไหนชอบอะไร และ ปรับรสชาติอาหารของเค้าให้เหมาะกับแขกกลุ่มนั้นๆ (นับถือ นับถือ)

แต่ละภาพที่ post นี่เป็นส่วนหนึ่งของปริมาณชนิดอาหารหนึ่งมื้อ

อาหารมื้อแรก ทำเอาเราฮือฮา ตอนแรกนึกว่าเป็นเพราะเป็นมื้อต้อนรับ

ที่ไหนได้ อาหารมื้อต่อๆมาก็มีปริมาณและคุณภาพเหมือนกับมื้อแรก ทำเอาเราตะลึงไปได้ทุกมื้อเย็นเลยทีเดียว

มื้อนี้มีทีเด็ดคือปลาดิบแบบใช้ไฟเผาที่ผิวเนื้้อปลาเพืื่อความหอมกลมกล่อม

มื้อนี้มีทีเด็ดคือปลาดิบแบบใช้ไฟเผาที่ผิวเนื้้อปลาเพืื่อความหอมกลมกล่อม

เรือแมงมุม ไม่หรูหรา แต่นั่งสบาย

มาต่อกันเรื่องดำน้ำ ที่นี่การดำน้ำจะเป็นแบบคล้ายๆ day trip คือ Resort กับ Dive Center อยู่คนละที่กัน เราจะออกจาก Resort ตอนเช้าประมาณ 7:30 เพืื่อนั่งรถไป Dive Center ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 10 นาที (หรือ 15 นาทีแล้วแต่สภาพจราจร) ตอนเตรียมตัวเปลี่ยน Wetsuit กันที่ Dive Center จากนั้นก็นั่งเรือปีกแมงมุมไปจุดดำน้ำซึ่งส่วนใหญ่จากใช้เวลาประมาณไม่เกินครึ่งชั่วโมง ดำน้ำไดฟ์แรก พักน้ำบนเรือ ดื่มชา ทานขนม แล้วดำน้ำ ไดฟ์ที่สอง จากนั้นจึงกลับมายัง Dive Center เพื่อทานอาหารกลางวัน (ซึี่งเป็น Bento แบบญี่ปุ่น อร่อยเด็ดเหมือนกัน) นั่งพัก นอนพักกันที่ Dive Center สักชั่วโมงกว่าๆ แล้วก็ออกไปดำน้ำ ไดฟ์ที่ 3 ที่จุดดำน้ำใกล้ๆ จากนั้นใครอยากทำ Self Dive เป็นไดฟ์ที่ 4 ก็ตามสะดวก ใครเหนื่อยก็นั่งรถกลับบ้าน แต่สำหรับทริปนี้เราดำน้ำกันแค่ 3 ไดฟ์​เพราะแต่ละไดฟ์ดำน้ำกันนานเกิน เลยเวลาไม่พอทำ 4 ไดฟ์

สำหรับจุดดำน้ำก็มีหลากหลายแบบ ส่วนใหญ่จะเป็น drop off ซึ่งด้านบนลึกประมาณ 3-8 เมตร และ ด้านล่างอยู่ที่ประมาณ 24 เมตรหรือลึกกว่านั้น ดังนั้นเวลาดำน้ำเราจะสามารถลงไปดำน้ำที่ลึก แล้วก็ไต่กำแพงปะการังขึ้นมา แล้ว ทำ deep stop ระหว่างทาง จากนั้นก็ safety stop กันที่ top ด้านบน ดำน้ำที่นี่สามารถทำ decompression dive ได้โดยไม่มีปัญหา เพราะพื้นที่เหมาะ ไม่ต้องมีการลอยกลางน้ำเพื่อ clear decom stop ใดๆ

หมายเหตุ การดำน้ำที่นี่เป็นแบบ adult diving ใครจะทำ decompression dive ก็รับผิดชอบตัวเอง ต้องดูอากาศว่าเหลือพอที่จะทำ decompression stop หรือไม่ แต่ถ้าเป็นมือใหม่ หรือยังไม่มั่นใจก็สามารถบอก dive master ได้ เค้าก็จะดูแลอย่างดี

Ghost Pipefish มีหลายสีหลายขนาดหลาย Species ในถ่ายรูปกัน

ปลากบก็เป็นอีกหนึ่งของ common ที่นี่ มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ หลากหลายสี

ขอหลายๆอย่างที่เห็นที่นี่เป็นของหายาก บางชนิดก็เป็น Rare species

Pygmy Sea Dragon (Kyonemichthys rumengani) ขนาดประมาณเส้นผม เล็กมากๆ

เจ้าตัวนี้เป็นกุ้งที่อาศัยอยู่ใน Tunicates (Tunicates Shrimp)ถ่ายภาพยากมากๆ

Sea Spider ตัวนี้ไม่ใช่ปู ไม่ใช่กุ้ง แต่เป็นแมงมุม ที่เจ๋งเด็ดคือมันไม่มีปอด ไม่มีเหงือก มันแลกเปลี่ยนก๊าซผ่านทางตัวมันเลย อีกอันที่เจ๋งเด็ดคือ ระบบย่อยอาหารมันอยู่ที่ขาฮะ

Nudibranch, Flatworm และ Sea Slug ต่างๆเป็นขอหาง่ายที่นี่ บางตัวเล็กกว่าหัวไม้ขีด บางตัวใหญ่เท่าแขน (ใหญ่เท่าแขนจริงๆฮะ)

ตัวนี้เห็นได้ทั่วๆไป

ตัวนี้เล็กขนาดประมาณหัวไม้ขีด

ส่วนเจ้าตัวนี้เล็กกว่าครึ่งหัวไม้่ขีดอีก

ของใต้น้ำที่นี่หลายอย่างเป็นของมองยาก ต้องใช้ dive master ที่มีประสบการณ์ในการหาของพอสมควร ซึ่ง staffs ของ Pcom Dream ก็สามารถชี้เป้าของฮือฮาให้เราได้อย่างไม่ผิดหวัง แต่ก็มีข้อตินิดหน่อย คือ dive master ที่นี่ค่อนข้่างจะ aggressive ในการหาของ ทั้งขุ้ยทั้งเขี่ย หรือ แม้แต่หยิบย้ายของ เพื่่อต้องการให้เราถ่ายรูปได้ดีๆ แต่หลังจากที่ผมปฏิเสธที่จะถ่ายรูปสัตว์อะไรก็ตามที่เค้าไปเคาะเขี่ยแบบรุนแรง และจากการบอกกล่าวไปว่าพวกเราไม่อยากได้ภาพจากการกระทำแบบนั้น เพราะมันอาจจะทำให้สัตว์เครียด เค้าก็เข้าใจและก็ไม่ทำอะไรรุนแรงอีก

Spider Crab ถ่ายภาพไม่ยากพยายามเข้าหามันอย่างช้าๆ และ อย่าเอา pointer ไปเขี่ยมันเพราะเมื่อโดนเขี่ยมันจะเริ่มกระวนกระวาย และ เริ่มขยับตัว

หลายๆคนเรียกกุ้งสิมิลัน(Phycocaris simulans)ที่นี่เป็นของเกือบๆ common เพราะเจอกันเกือบทุกไดฟ์

กุ้งสิมิลัน(Phycocaris simulans) อีกแบบนึง

หมายเหตุ : ถ้าเราช่วยกันรณรงค์ไม่ถ่ายรูปจากการที่ Dive Master ไปขุ้ยเขีีย หรือ ทำร้ายสัตว์ และ บอกเค้าให้ชัดเจน ก็จะทำให้ Dive Master พวกนี้ไม่ทำร้ายธรรมชาตินะครับ และถ้าเห็นตัวอะไรฮือฮา แต่มันไม่ได้อยู่ใน location หรือ ตำแหน่งที่ถ่ายรูปให้ดีได้ ก็ไม่ต้องพยายามถ่ายก็ได้นะครับ เราไม่ได้ทำงาน วิจัย ไม่ได้ทำการศึกษาอะไร การไม่ได้ภาพไม่ได้ทำให้เราเสียหายอะไรนะครับ

หมายเหตุ 2 : ภาพทุกภาพที่ผมถ่าย และ นำมา post นั้น ผมสามารถพูดได้เต็มปาก และ ยืนยันได้ว่า ไม่มีการ harassment สิ่งมีชีวิตใดๆ และ ของสิ่งไหนที่โดนขุ้ยเขี่ยหรือทำรุนแรง ผมก็ปฏิเสธ ไม่ถ่ายรูปนั้นๆ ซึ่งก็อาจจะทำให้ได้ภาพมาน้อยกว่าที่ผมได้เห็นจริง

จุดดำน้ำจุดนึงที่ประทับใจมากๆในทริปนี้คือการดำน้ำที่ป่าโกงกาง แต่จริงๆแล้ว ไม่น่าจะเรียกว่าเป็นการดำน้ำเพราะระดับน้ำตื้นมาก เหมือนกับเอาหัวจุ่มน้ำแล้วคลานไปเรื่อยๆ ไดฟ์คอมยังไม่เริ่มทำงานเลยด่้วยซ้ำ แต่ป่าโกงกางที่นี่มีของให้ดูมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพวก Blenny (หรือปลาตีนนั่นเอง), Goby สีแปลกๆ, Nudibranches หลากหลาย หรือแม้แต่ปลา Cardinals ที่หายาก

ปลา Cardinals ในน้ำกร่อย (เป็นคนละชนิดกันกับ Pajamas Cardinals)

Goby สีสวยๆ ตัวนี้ถ่ายภาพง่ายมากมันไม่มุดรูหนี แถมหาวตลอดเวลา

เจ้าตัวนี้ครีบล่างสีสดมากๆ แต่ปกติถ้าไม่กางครีบ สีจะดูน่าเบื่อนิดๆ

อีกจุดดำน้ำนึงที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้คือ การเข้าไปดูปลา Flashlight Fish ในถ้ำ Marigondon Cave

โดยปากทางเข้าถ้ำที่ว่านี่อยู่ลึกประมาณ 25-26 เมตร และ ยาวเข้าไปประมาณ 150เมตร ที่สุดปลายถำ้จะมีโพรงขนาดประมาณ 2 คนมุดเข้าไปได้ ตรงจุดนั้นมืดสนิท เราจะเข้าไปนั่งที่สุดนั้นกันทีละ 2 คน แล้วปิดไฟมืดสนิท (ทั่้งไปจาก ไดฟ์คอม และ ไฟจากจอ LCD ของกล้อง) แล้วนั่งรอนิ่งๆ สักพักจะมีเจ้า Flashlight fish หลายสิบตัวว่ายน้ำออกมา โดยเราจะมองเห็นแต่แก้มที่เปล่งแสงของมัน วิบ วิบ สวยงามมากๆ เหมือนหิ่งห้อย โดยเจ้า Flashlight fish พวกนี้บางตัวจะเข้ามาใกล้เราขนาดเอื้อมถึง

ผมไม่ทราบว่าจะถ่ายรูปออกมาให้ดูยังไง ก็เลยนั่งดูเก็บความประทับใจเฉยๆ และลองถ่ายวิดีโอดู แต่ก็ออกมาไม่เวิร์คเท่าไหร่ ตอนหลังมาทราบจาก Yoshi-san ว่า Flashlight Fish พันธุ์ที่เราเห็นนี้เป็น Splitfin Flashlightfish (Anomalops katoptron) ซึ่งเป็นพันธ์ุหายาก ยิ่งทำให้ประทับใจเข้าไปใหญ่

นอกจาก Flashlight fish แล้วในถ้ำยังมีปลา Paddlefin Cardinalfish (Pseudamia Zonata) ซึ่งเป็นพันธุ์หายากที่พบเฉพาะในถ้ำด้วย เจ้าตัวนี่้ถ่ายภาพไม่ยากเปิดไฟใส่ก็ไม่หนี

Paddlefin Cardinalfish (Pseudamia Zonata) ถ่ายภาพไม่ยาก

ดูรูปใต้น้ำเพิ่มเติมได้ที่ Flickr Set : Mactan Diving ของผมครับ

ไฮไลท์อีกอย่างของการมาถ่ายรูปที่นี่คือ ตัวคุณ Yoshi Hirata เอง เพราะทุกๆเย็นพวกเราจะทานอาหารค่ำด้วยกัน และคุณ Yoshi ก็จะเล่าประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับทั้งการถ่ายภาพใต้น้ำ และ ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ทะเลที่บางครั้งแม้แต่นักวิชาการอาจจะยังไม่ทราบ ส่วนความรู้ด้ายการถ่ายภาพนั้นคุณโยชิ ก็ปล่อยมาให้อย่างไม่มีปิดบัง หรือ หวงความรู้แต่อย่างใด

สรุปว่าการมาดำน้ำครั้งนี้เป็นอีกครั้งนึงที่ประทับใจมากๆ ไม่่ว่าจะเป็นการดำน้ำ ของที่เห็น และ บรรยากาศของ Resort และส่ิงที่ทำให้เราประทับใจที่สุดคือ ความเป็นกันเองของคุณ Yoshi และ อาหารสุดเด็ดฝีมือคุณ Yoshi

จากซ้ายไปขวา Edward Lai (เจ้าของ Nauticam), พี่นัท สุมนเตมีย์ (ช่างภาพใหญ่), Phoebe Lu (จาก Nauticam), Derek Yee (อดีตดาราฮ่องกง และ ผู้กำกับหนังฮ่องกงชื่อดัง), Wilson (เจ่้าของ Agent ทัวร์ใหญ่), มีน (จาก Digitalay), Fritz Wong (จากร้านขนม Kee Wah — อร่อยมากกกกกก), Tomo-san (dive master สุดเก่งของ Pcom Dream — ชอบ Arashi เป็นชีวิตจิตใจ), Yoshi Hirata (เจ้าภาพของเรา), Jacqueline Lai (Engineer ผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบของ Nauticam), Nami-san (ลูกค้าชาวญี่ปุ่นซึ่งต้องมารวมกลุ่มกับคนพวกนี้)

ขอขอบคุณ
Yoshi-san สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น, ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีิวิตต่างๆ และ ความรู้ด้านการถ่ายภาพใต้น้ำ
Edward Lai สำหรับ Housing Nauticam หลายๆ ตัว ที่เอามาให้เราเล่นทดสอบ

สำหรับใครที่สนใจมาดำน้ำทีนี่ก็อ่านรายละเอียดที่นี่เลยครับ

Resort : Club Paraiso
Dive Center : PcomDream
URL: PcomDream.com (เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลยนะครับ แต่สามารถ email ไปหาคุณโยชิได้โดยตรง Staffs ที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้ทุกคนครับ)
Email: yoshi219@tkd.att.ne.jp, pcomdream@yahoo.com

สถานที่ตั้ง: เกาะ Mactan, Cebu ประเทศ Philippines

การเดินทาง: จากกรุงเทพ บินไปลงมะนิลา และ ต่อเครื่อง Domestic ไป Cebu (แนะนำให้ใช้ Philippines Airline ทั้ง International และ Domestic นะครับ เพราะการเปลี่ยนเครื่องที่มะนิลาเป็นเรื่องยุ่งยากมากๆ ถ้าต้องเปลี่ยน Terminal อาจจะทำให้ตกเครื่องและไม่สนุกได้)

การดำน้ำ: เป็นแบบ Daytrip ออกจาก Resort ตอนเข้าประมาณ 7:30 นั่งรถไปถึง Dive Center ประมาณ 15 นาที เปลี่ยนชุดที่ Dive Center ดำน้ำ 2 ไดฟ์ด้วยเรือปีกแมงมุม แล้วกลับมาทานเข้าเที่ยงที่ Dive Resort จากนั้นตอนบ่ายออกดำน้ำอีก 1 ไดฟ์ เมืื่อเสร็จสามไดฟ์ ใครจะกลับก็นั่งรถกลับ Resort ใครจะอยู่ทำ Self dives หรือ night dive ก็ตามสะดวก

ห้องพัก Standard : มีทั้งหมด 13 cottages แต่ละ cottage สามารถพักได้สองคน มีห้องน้ำในตัว และ มีที่ตากอุปกรณ์เป็นของตัวเอง (สำหรับวันสุดท้ายก่อน pack ของกลับบ้าน)
ห้องพัก Family Room : มีทั้งหมด 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ + ห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว อยู่กัน 6-8 คนสบายไปเลย

ราคา:
– ที่พักรวมอาหารเช้า และ อาหารเย็น ราคาคืนละ 8,500เยน/คน ถ้าห้องไม่เต็มสามารถอยู่กันคนละห้องได้เลย แต่ถ้าห้องเต็มก็ต้อง Share ห้องละ 2 คน (ราคาไม่รวมเครื่องดื่ม)
– ดำน้ำ 3 ไดฟ์​ + ฟรี 1 Self Dive ราคา 11,000เยน/คน (ราคารวมอาหารกลางวัน)

ใครสนใจก็ติดต่อทาง email:pcomdream@yahoo.com ได้โดยตรงเลยนะครับ

About the Author

เอ้ตั้งแต่เรียนเป็นสถาปนิกในมหาวิทยาลัยก็จับกล้องฟิล์มท่องเที่ยวมาตลอด เลยทำให้ค้นพบตัวเองว่าไม่สามารถทำงานนั่งโต๊ะในออฟฟิศได้ เลยเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นครูสอนดำน้ำ และอีกหลายๆ อย่างที่ไม่ต้องเข้างานในออฟฟิศ ถึงแม้ว่าสายอาชีพจะเปลี่ยนไปแต่เอ้ยังคงชอบจับกล้องท่องเที่ยว และไม่หยุดเรียนรู้ทฤษฎีการทำงานของกล้องและอุปกรณ์ในการถ่ายรูป

View all posts by เอ้

Share this:

5 Comments

  1. Jiranun Kan Mora
    Jiranun Kan Mora6 years ago

    🙂