TTL กับกล้อง Digital และการถ่ายภาพใต้น้ำ

TTL กับกล้อง Digital และการถ่ายภาพใต้น้ำ

วันนี้มาวิชาการกันนิดนึงนะครับ ภาพน้อย ตัวอักษรเยอะหน่อย พยายามอ่านกันนิดแล้วกัน

เนื่องจากช่วงเดือน สองเดือนที่ผ่านมาอยู่ๆก็มีหลายคนถามว่าใช้สาย Sync flash แบบไหนดี แบบ electronic (5pins, 6pin) หรือ แบบ fiber optic ดี ถ้าใช้ Fiber Optic แล้วมันจะใช้ระบบ TTL ได้จริงรึเปล่า ก็เลยคิดว่าไปขุดกระทู้เก่าที่เคยเขียนไว้สมัย digitalay version แรก กลับมา post ดีกว่า

หลายๆคนยังมีความเข้าใจหลายๆอย่างที่ไม่ค่อยจะตรงกัน ผมพยายามไปหาข้อมูลมาจากผู้ผลิตหลายๆ brand และ เวปบอร์ดที่คุยเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายภาพใต้น้ำจนได้ข้อมูลมาคร่าวๆ และนำมา share กันครับ

อย่างแรกเลย ต้องทำเข้าใจกันก่อนว่า TTL ใน strobe นั้นมันเริ่มมาตั้งแต่ยุค film ซึ่งเกือบทุกคนก็คงรู้จักกล้อง Nikonos V โดยทาง Nikon ได้พัฒนาระบบเชื่อมต่อตัวกล้องกับ Strobe ออกมาเป็น Nikonos 5pin connection ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการต่อเชื่อมตัวกล้องกับ Strobe ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเมื่อเชื่อมต่อ strobe (ที่มีระบบ TTL) และ housing ผ่านสาย Sync 5 pin แล้ว จะทำให้ตัว strobe และตัวกล้องสามารถสื่อสารกันและบังคับใช้ระบบ TTL ได้ วิธีการก็คือเมื่อเรากด shutter ปุ๊บกล้องก็จะเปิดม่าน shutter พร้อมกับส่งสัญญาณไปบอกตัว strobe ว่าปล่อยแสงได้ ขณะเดียวกัน ตัวกล้องก็จะวัดค่าแสงของภาพทั้งหมดที่วิ่งผ่านม่าน shutter และสะท้อนจากแผ่น film มาเข้าตัววัดแสง (Exposure Sensor) เมื่อได้แสงพอดีแล้ว กล้องก็จะไปบอก strobe ว่าได้แสงพอแล้วหยุดปล่อยแสงได้ พร้อมกับปิดม่าน shutter (โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 1/1000 วินาทีเท่านั้น)

ระบบ TTL สมัยกล้องฟิล์ม (ภาพขโมยมาจากเวป inon.jp ครับ)

แต่….. คำว่า “แต่” มาแล้วครับ แล้วทำไมเวลาเอากล้องดิจิตอลมา sync TTL กับ strobe ผ่านสาย sync 5 pin แล้วแสงมันไม่พอดีล่ะไม่เห็นมันจะ TTL จริงเลย คำตอบมีดังนี้ครับ ในกล้อง digital นั้นวิธีการวัดค่าแสงให้พอดีไม่สามารถใช้วิธีเดียวกับกล้อง film เพราะ CCD หรือ CMOS ของกล้อง digital นั้นไม่สามารถสะท้่อนแสงได้ดีเท่ากับแผ่น film ตัว Exposure Sensor จึงไม่สามารถใช้งานกับกล้อง Digital ได้ ดังนั้นระบบ TTL ในกล้อง digital จึงต้องเปลี่ยนวิธีการคำนวณแสง โดยเมื่อเรากด Shutter ก่อนที่ม่าน Shutter จะเปิด ตัวกล้องจะมีการยิง Flash ออกไปก่อน 1 หรือ 2 ครั้ง (Pre-Flash) เพื่อให้ตัววัดแสงคำนวณว่าต้องการแสงเท่าไหร่ แล้วกล้องจึงสั่งให้ Flash ยิง Main flash ตามที่คำนวณได้พร้อมกับเปิดม่าน shutter โดยระบบนี้ทาง Canon เรียกว่า e-TTL และ Nikon เรียกว่า i-TTL

ดังนั้นด้วยระบบการยิง Pre-Flash นั้นเมื่อนำมาประกอบกับ Strobe ที่เป็นระบบ TTL แบบธรรมดานั้น ตัว Strobe จะโดนกล้องหลอกให้ปล่อยแสงออกมาเต็มๆ เพื่อเป็น Pre-Flash พอกล้องคำนวณเสร็จปุ๊บสั่งให้ยิง Main Flash ปั๊บ ตัว Strobe ซึ่งโดนหลอก และกำลัง recycling อยู่นั้นก็เลยปล่อยแสงออกมาไม่ได้ หรือ ได้ไม่เต็มที่

ดังนั้นสรุปง่ายๆเลยว่า ไม่ว่าจะกล้องดิจิตอลรุ่นอะไร จะ sync ด้วยสายแบบไหน ก็ไม่สามารถใช้งานระบบ TTL ได้ครับ ยกเว้นจะใช้งานผ่าน TTL converter (เสียตังค์ซื้อเพิ่มอีกอย่างแพง)

อ๊ะ…แต่อย่าเพิ่งตกใจไป ระบบที่ว่านี้คือระบบ TTL เฉยๆนะครับ โปรดอ่านอีกครั้ง ระบบ “TTL เฉยๆ” ในปัจจุบันบริษัทผลิต strobe ชื่อดังทั้งหลายก็ได้ออกระบบที่จะสามารถใช้งาน TTL กับกล้อง Digital ออกมาแล้วแต่เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น s-TTL บ้าง DS-TTL บ้างแล้วแต่ยี่ห้อ การจะใช้งานระบบพวกนี้ได้นั้น สามารถใช้งานผ่านทั้งระบบ Electronic ผ่าน hotshoe หรือ Fiber Optic ผ่าน flash หัวกล้อง (Pop-up flash) ก็ได้ครับ ระบบ s-TTL หรือ DS-TTL นี้จุดสำคัญที่สุดของมันก็คือมันจะรู้ว่า อะไรคือ pre-flash และ อะไรคือ main flash โดย strobe ที่มีระบบนี้เมื่อโดนกระตุ้นโดยกล้อง ระบบจะปล่อยแสง pre-flash ออกมา เพื่อให้กล้องได้วัดแสง และ คำนวณค่า main flash ที่ถูกต้องนั่นเอง

ระบบ s-TTL ของ INON (ภาพขโมยมาจากเวป inon.jp)

สรุป…สำหรับการใช้ strobe รุ่นใหม่ๆ เช่น S2000, Z240 ของ INON หรือ YS110α หรือ YS250Pro ของ Sea and Sea กับกล้อง Digital ที่มี pop-up TTL flash นั้น สามารถใช้ได้ทั้ง 5pin sync cord หรือ Fiber Optic Cable โดยทาง INON จะแนะนำให้ใช้กับ Fibre Optic มากกว่าสาย Electronic ส่วนของ Sea and Sea นั้นไม่สามารถหาข้อมูลที่แนะนำได้ครับ

คำถามต่อมาคือ s-TTL หรือ DS-TTL มันทำงานผ่าน Fibre Optic Cable ได้ยังไง ตัวกล้องมันส่งข้อมูลที่ต้องการผ่านสายแสง (Fibre Optic) ได้ยังไง มันไม่น่าเป็นไปได้ บางคนก็บอกว่ามันไม่ใช่ TTL จริงหรอก ตัว strobe นั่นแหละคำนวณค่าแสง ไม่ใช่กล้องที่คำนวณ ถ้าจะให้ strobe มันรับข้อมูลจากกล้องได้มันต้องผ่านสาย sync 5pin หรือ 6pin เท่านั้นไม่งั้นข้อมูล data มันจะผ่านไปได้ยังไง

ขอตอบยังงี้เลยนะครับ Flash หัวกล้อง (ในปัจจุบัน) ส่งข้อมูลผ่านสายแสง (Fibre Optic) ไม่ได้ครับ กล้องมันก็แค่ปล่อยแสงออกจาก pop-up flash แล้วแสงนั้นก็จะผ่านสาย Fibre Optic ไปที่ Strobe เท่านั้น…….อ้าว ยังงี้มันก็ไม่ TTL จริงอ่ะดิ?

คำตอบคือ มัน TTL จริงครับ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกำลังแสงของ Flash ก่อนนะครับ คือ flash ใต้น้ำพวกนี้ มันไม่ได้ปรับกำลังแสงที่ออกมานะครับ มันปรับแค่ความนานในการปล่อยแสง ถ้าต้องการแสงเยอะ มันก็จะปล่อยแสงออกมานานขึ้น ถ้าต้องการแสงน้อยมันก็จะปล่อยแสงออกมาสั้นลง ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ (ไม่เกินประมาณ 1/1000 – 1/500 วินาที)

แล้วระบบ i-TTL หรือ e-TTL ของกล้องมันทำงานยังไง วิธีการที่มันทำก็คือ

  1. กล้องจะสั่งให้ pop-up flash ยิงแสง pre-flash ออกไป เพื่อให้กล้องคำนวณค่าต่างๆ รวมไปถึง ปริมาณแสงที่ต้องการเพิ่มขีึ้นจาก pre-flash (คือต้องการให้ pop-up flash ปล่องแสงนานเท่าไหร่)
  2. ที่นี้กล้องก็จะคำนวณเวลาที่ต้องการให้ pop-up flash ปล่อยแสง
  3. กล้องก็จะสั่งให้ pop-up flash ปล่องแสง main flash ตามเวลาที่ต้องการ

ทีนี้พอต่อ Fibre Optic ไปยัง strobe ที่มีระบบ s-TTL หรือ DS-TTL วิธีการทำงานก็จะเหมือนกันคือ

  1. กล้องจะสั่ง pop-up flash ให้ยิง pre-flash และแสงจาก pop-up flash ก็จะวิ่งผ่าน Fibre Optic ไปสั่งให้ strobe ปล่องแสง pre-flash ออกมาซึ่งจะเป็นค่าแสงที่อ่อนที่สุด
  2. คราวนี้กล้องก็จะคำนวณค่าแสงที่ต้องการจริงว่าต้องการเป็นปริมาณกี่เท่าของแสง pro-flash เมื่อกี้นี้ ซึ่งกล้องจะคำนวณด้วยกำลังแสงที่ strobe ที่เรามีทั้งหมดที่ถูกปล่อยออกไป ไม่ใช่ pop-up flash อย่างเดียว (ตัวกล้องจะไม่มีทางรู้เลยว่าเราใช้ external strobe)
  3. กล้องก็จะสั่งให้ pop-up flash ปล่อยแสง main flash ออกมาตามเวลาท่ีต้องการ ซึ่ง main flash จาก pop-up นี้ก็จะไปสั่งให้ strobe ปล่อยแสงออกมาตามเวลาที่ main flash ยิง

ซึ่งสาย Electronic sync cord (3pin, 5pin, 6pin หรืออื่นๆ) มันก็ทำงานแบบเดียวกันกับ 3 ข้อข้างบนนี้ เพียงแต่เปลี่ยนจากการส่งแสงออกมาจาก pop-up flash ก็เป็นการส่งสัญญาณไฟฟ้าออกมาจาก hot-shoe เท่านั้นเอง (ยกเว้นการต่อเชื่อมกับ external speedlight ของยี่ห้อมันเอง เช่น Nikon SB ต่างๆ หรือ Canon EX ต่างๆ ซึ่งตัว Flash จะส่งข้อมูลต่างๆกลับมาที่กล้องเพื่อให้กล้องบันทึกลง Metadata ครับ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เกียวกับ TTL แต่อย่างใด)

งง มั๊ยครับ

เอาเป็นว่า สรุปง่ายๆว่า Fiber Optic สามารถใช้งานระบบ s-TTL และ DS-TTL หรือชื่ออื่นๆ กับกล้อง Digital รุ่นใหม่ๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ต้องการ Electronic sync cord เลย ข้อเสียอย่างเดียวของ Fibre Optic ก็คือ กล้องจะใช้ battery เปลืองขึ้นเพราะต้องใช้กำลังงานในการยิง pop-up flash และอาจจะทำให้การถ่ายแบบหลายๆ frame ต่อ วินาที ทำได้ไม่ดีนัก เพราะกล้อง charge ไฟเข้า pop-up flash ไม่ทัน

ดังนี้แล

ถ้าเรามัวแต่ปรับ manual อาจจะพลาดบางจังหวะสำคัญไปได้ ดังนั้น TTL ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการ setting

About the Author

เอ้ตั้งแต่เรียนเป็นสถาปนิกในมหาวิทยาลัยก็จับกล้องฟิล์มท่องเที่ยวมาตลอด เลยทำให้ค้นพบตัวเองว่าไม่สามารถทำงานนั่งโต๊ะในออฟฟิศได้ เลยเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นครูสอนดำน้ำ และอีกหลายๆ อย่างที่ไม่ต้องเข้างานในออฟฟิศ ถึงแม้ว่าสายอาชีพจะเปลี่ยนไปแต่เอ้ยังคงชอบจับกล้องท่องเที่ยว และไม่หยุดเรียนรู้ทฤษฎีการทำงานของกล้องและอุปกรณ์ในการถ่ายรูป

View all posts by เอ้

Share this:

5 Comments

  1. digitalay
    digitalay6 years ago

    I’m afraid there is no English translation of this site. I’m sorry about that.

  2. moose
    moose6 years ago

    any english translation possible?  thank you

    • digitalay
      digitalay6 years ago

      I’m sorry to say that there is no English translation of this site. you may need google translation to get some idea however the translation from google is far from understandable

  3. Atomicity
    Atomicity6 years ago

    เป็นบทความที่ดีครับ อ่านแล้วได้ความรู้ขึ้นอีกเยอะเลย 🙂