ว่ายน้ำกับวาฬที่ Tonga ตอนที่ 1

เรื่องและภาพ: Nana Trongratanawong

โน้ต นักดำน้ำสาวชาวไทยตัวเล็กๆ ตัดสินใจไปทริปยิ่งใหญ่ในชีวิต ทริปว่ายน้ำ (snorkel) กับวาฬหลังค่อมที่ประเทศ Tonga กับช่างภาพชื่อดัง Tony Wu ผู้ซึ่งเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวาฬไปแล้ว ทริปนี้จัดเป็นประจำทุกปีมาต่อเนื่องกันเป็น 10 ปีแล้ว และนี่คือบันทึกการเดินทาง 9 วันของโน้ต

  Day 1  

วันนี้เป็นวันแรกที่ได้ออกทะเล เราจะออกไปดูวาฬที่เกาะโทกู (Toku Island) ทางเหนือของวาวาอู (Vava’u) ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่า หาโอกาสที่จะได้ไปยากเพราะอากาศมักไม่อำนวย ปกติการมาทางเหนือของวาวาอู จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม แต่ทริปของเราคาบวันอาทิตย์ถึง 2 วัน (เดี๋ยวจะขยายความเรื่องวันอาทิตย์ให้ฟังอีกที) เราเลยได้ไปเกาะนี้โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม เย่


   วาฬ breaching จาก Ray Chin สมาชิกลงเรือเดียวกัน   

ยังไม่ทันถึงเกาะโทกู วาฬหนุ่ม 2 ตัวก็มาต้อนรับเราด้วยการ breach, breach, breach และ breach 4 รอบ ที่ระยะใกล้ๆ (digitalay: breach แปลว่า กระโดดพ้นน้ำเป็นศัพท์เทคนิคของการดูวาฬครับ) ผลัดกันเหมือนมาทักทายหมู่คณะของเรา วาฬคู่นี้ตัวนึงใหญ่กว่าอย่างสังเกตได้ ทั้งคู่มีจังหวะพฤติกรรมก่อนการกระโดดคล้ายกันคือ ขึ้นมาหายใจ 2-3 ครั้งแล้วก็ breach เราไม่ได้พกกล้องบกไปเลยได้แต่นั่งดูเพลินไปเรื่อย แล้วจู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้มี iPhone อยู่กับตัวนิหว่า เลยไปคว้ากล้องบกอันเดียวที่มีมาพยายามถ่าย นี้คือภาพแรกและภาพเดียวที่ดูเท่ประทับใจ


   วาฬ breaching ฝีมือกล้อง iPhone    

สนุกกับ action บนเรือซักพัก ฝนก็เริ่มโปรยลงมา ที่จริงก็ฟ้ามืดไม่มีแดดมาตั้งแต่เช้า แถมฝนก็ตกมาทั้งคืน Tony เล่าว่าดีกว่าสัปดาห์ก่อนมาก คลื่นไม่สูง ลมไม่แรงมาก เจอฝนยังดีกว่าเจอลมแรงเป็นไหนๆ เราเห็นวาฬจากบนเรือหลายคู่ซะจนตัดสินใจไม่ถูกว่าจะลงไปว่ายน้ำกับคู่ไหนดี การเลือกว่าจะลงน้ำกับวาฬตัวไหน นั้นต้องสังเกตุว่าเค้าเล่นกันนิ่งๆ หรือเคลื่อนที่ ถ้าเค้าเคลื่อนที่ก็อย่าคิดว่าจะตามทัน แถมการมีวาฬ escort* ยิ่งจะเป็นตัวแปรที่จะดันให้เราห่างจากแม่ลูกขึ้นไปอีกด้วย

*(digitalay: escort เป็นคำเรียกวาฬตัวผู้ที่ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดของแม่ลูก ซึ่งจะว่ายน้ำตามแม่ลูกคู่เดียวตลอดช่วงการเดินทางไกล)


   ภาพแม่ลูกคู่แรก เด็กหญิง Uatolu เบอร์ 23    

นี่เป็นวาฬแม่ลูกคู่ที่หนึ่งที่เจอ คู่นี้มาพร้อม วาฬ escort ท้องขาว เราเคยนึกว่า วาฬ escort จะต้องใหญ่กว่าเพราะมีศักดิ์ศรีเป็นถึงผู้คุ้มครอง แต่จริงๆ แล้วคุณแม่นั้นตัวใหญ่มาก ท้องก็โตเหมือนยังท้องอยู่ แต่ทั้งหมดในท้องนั้นคืออาหารเผื่อให้ลูก

จากนั้นเราก็มีโอกาสได้เจอแม่ลูกคู่ที่สอง แต่ไม่สามารถเก็บภาพได้

เกาะโทกู มีวาฬเยอะมาก โผล่ให้เห็นตลอดเวลา และดีตรงที่ไม่มีเรืออื่นเลยนอกจากเรา แต่ปกติแล้วโอกาสที่จะได้มาที่นี่มีน้อยมากเพราะอากาศไม่ค่อยอำนวย นี่เป็นครั้งแรกของซีซั่นนี้ที่เค้าได้มาที่โทกูกัน เราประทับใจที่นี่มาก แต่ก็ไม่สามารถเอาเป็นสแตนดาร์ดได้

วันแรกนี้ขลุกขลักกันหลายเรื่อง เราทุกคนไม่รู้เรื่องในการว่ายน้ำกับวาฬ ขอบอกว่ามันไม่ง่ายจริงๆ ต้องใช้ความอึดอดทนแข็งแรงมากๆ คิดว่าตัวเองฟิตแล้วก็อาจจะไม่พอเพราะเราฟิตแค่ในความเป็นมนุษย์ พอต้องไปงัดข้อกะวาฬใหญ่ 40 ตันแล้วมันเทียบกันไม่ได้เลย ภาพถ่ายก็ออกมาแย่ ไม่มีแดดเลย แถมยังหยิบจับกล้องไม่ชิน นี่เป็นบทเรียนที่ต้องฝึกเอาไว้ เราต้องรู้ settings ที่จะใช้ให้แม่นก่อนลง (digitalay: หรือต้องใช้กล้องให้เชี่ยว เปลี่ยน setting ได้โดยไม่ต้องมอง) เพราะพอลงไปแล้วไม่มีเวลาปรับอะไรทั้งสิ้น แค่จะว่ายไปให้ถึงตัววาฬก็เกือบสิ้นลมแล้ว ภาพที่ได้มาวันนี้ส่วนใหญ่เอ้าท์ๆ โฟกัสบ้างไม่โฟกัสบ้าง บางทีไปก็โฟกัสตะกอนยักษ์ที่ลอยไปมา

  Day 2  

วันนี้ย้ายมาทางใต้ของเกาะวาวาอู เจอวาฬแม่ลูกคู่แรก พยายามลงนำ้ด้วย 2 ทีแบบเหนื่อยเปล่า คู่นี้เค้าไม่อยากเล่นกะเราเลย

สักพักเรือที่ล่วงหน้าอยู่วิทยุมาบอกว่าเจอ singer (digitalay: วาฬร้องเพลง) พอเราเข้าไปใกล้กลับกลายเป็นแม่ลูก คู่นี้ยอมให้เราลงน้ำไปเล่นด้วยบ้าง เบบี๋มีตัวสีเทาแต่ครีบอก (pectoral fins) เป็นสีขาวเกลี้ยงทั้งหมด โทนี่ตื่นเต้นมากเพราะไม่ได้เห็นวาฬครีบขาวอย่างนี้มาถึง 10 ซีซั่นแล้ว (digitalay: มีความซับซ้อนซ่อนอยู่ในความตื่นเต้นของการเจอวาฬครีบอกขาวอยู่ ตามไปอ่านรายละเอียดได้ที่ blog ของโทนี่) ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่สามารถถ่ายรูปมาได้


   ลูกวาฬครีบอกขาวเกลี้ยง ฝีมือคุณโทนี่   

  Day 3  

วันอาทิตย์เป็นวันสงบนิ่งแห่งชาติทองก้า ห้ามทำอะไรทั้งสิ้นที่สนุกสนาน สิ่งเดียวที่ทำได้คือการไปโบสถ์ ตำรวจที่ในวันธรรมดาเราไม่เคยเห็นก็จะเดินตระเวนตรวจยามกันในวันนี้ เดินเช็คกันตามร้านต่างๆ ว่ามีการก่อความสนุกสนานกันขึ้นหรือไม่ เราอยากกินนำ้กับขนมขึ้นมา ร้านใกล้ๆ เค้าปิดหมด เลยลองมุ่งไปร้านขายของที่มีคนจีนเป็นเจ้าของ ขึ้นชื่อว่าคนจีนต้องขยันเปิดร้านทุกวันอยู่แล้ว เดินไปอย่างไกล แต่ร้านปิด! ทองก้าทำคนจีนที่ขยันทำมาหากินยังต้องปิดร้านเงียบได้ จ๋อยไป แต่เราจะยอมแพ้แค่นี้ได้ยังไง

ด้วยความมากความของเรา เลยแอบย่องไปถามร้านอาหารจีนข้างๆ ที่เคยมาตีซี้กินข้าวกับเค้าไว้ตั้งแต่วันก่อน ได้ผล Emily พนักงานสาวร้านอาหาร พาเราลักลอบเข้าไปหลังร้านขายของที่ปิดอยู่จนได้ แล้วก็ได้ซื้อนำ้หนมสมใจ

วันอาทิตย์ผ่านไปอย่างเซ็งๆ กินอาหารใน Aquarium Cafe แห้งๆ รอให้ถึงพรุ่งนี้แทบไม่ไหว

  Day 4  

ตื่นมาอย่างงง ของของเรา(ขยะ)ที่วางไว้ที่ระเบียงหายไปส่วนหนึ่ง ปรากฏว่าตกไปข้างล่าง สงสัยลมคงแรง พอขึ้นเรือได้ก็เพิ่งได้รู้ว่าเมื่อคืนมีพายุค่ะ ดันหลับลึ้กลึกไม่รู้เรื่องอะไรกับเค้าเลย

พายุเมื่อคืนลงห่าใหญ่ ไม่มีใครคิดว่าวันนี้จะออกเรือได้ เช้ามาพอได้ออกเรือก็ดีใจนำ้ตาแทบไหล นั่งโงกเงกบนเรืออย่างเมาๆ จนมาได้เจอกับแม่เฉยพร้อมลูกสุดขี้เล่น คุณแม่เธอไม่อยากจะมาเล่นกับเราเลยจริงๆ เรือปล่อยพวกเราลงน้ำปุ๊ป วาฬหายไปปั๊ป พวกเราลอยตัวเมาๆ งงๆ กันอยู่ในนำ้หวังลมๆ แล้งๆ ว่าเค้าจะกลับมา (ซึ่งเรามักจะไม่โชคดีขนาดนั้น)

เมื่อคืนคุณทากะ (Takaji Ochi) ช่างภาพชาวญี่ปุ่น เล่าให้ฟังว่ามีวันนึงเค้าเจอฉลามเสือว่ายพุ่งมาจากที่ลึก เดชะบุญที่ก้มลงไปเห็นเลยเอาโดมพอร์ทยันหน้าไป เอาเข้าจริงการไปลอยคอกลางมหาสมุทรโล่งนั้นมันก็น่ากลัวพิลึก ยิ่งอากาศขมุกขมัว ฟ้ามึด ฝนตก นำ้ขุ่น ก็ยิ่งเพิ่มจินตนาการ เราก็เลยก้มหน้าจุ่มนำ้ไว้เล็งเผื่อๆ ทันใดนั้นก็มีเงาลิบๆ ลอยขึ้นมาจากที่ลึก พอดูให้ดี กลายเป็นคุณแม่มู้ดดี้พาลูกน้อยกลับมาหาเราอีกครั้ง เรารีบตะโกนโหวกเหวกด้วยความตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็น พร้อมกับกังวลนิดๆ ว่าเค้าจะขึ้นมาหายใจใต้ท้องเรามั้ย แต่แม่ลูกว่ายเลี้ยวผ่านไปทางด้านซ้าย แล้วลูกขี้เล่นก็หงายท้องขาวๆ โชว์เรา คล้ายกับการโบกมือทักทาย …สุดยอดประทับใจ!


   ลูกวาฬหงายท้องโบกมือทักทายเรา    


   หลังจากแวะพักหายใจที่ผิวน้ำเสร็จแล้ว ก็พุ่งตัวกลับสู่น้ำลึกอีกครั้ง    

  Day 5  

เมื่อคืนมี Tsunami warning หลังจากมีแผ่นดินไหว 6.x ระหว่าง Samoa and Tonga วันนี้เป็นวันอากาศเซ็งๆอีกวัน ลมแรง คลื่นสูง ตะกอนจัด แต่โชคดีที่วันนี้มีแดด เย่! ที่จริงวันนี้เจอวาฬมากมายแต่ไม่มีโอกาสที่จะลงว่ายนำ้ด้วยได้เลย โดดตูม! …วาฬหาย โดดตูม! …วาฬหาย เราเจอแม่ลูก 2 คู่ ไม่มี escort แต่ว่ายนำ้อย่างกับจะเทรนลูกๆ ไปแข่งโอลิมปิก หลังจากนั้นก็เจอวาฬหนุ่มทีมชาติอีก 2 ตัว วันนี้เป็นวันเซ็งๆ ของจริง

จนกระทั่งจู่ๆ เราก็ได้ยินเพลงวาฬ… มันดังกังวาน และเท่ห์กว่าที่ได้ฟังในพิพิธภัณฑ์เป็นไหนๆ ซักพักเสียงก็ไกลและเบาลงไปเรื่อยๆ

ดูแววแล้ววันนี้ท่าจะหมดหวังได้เจอวาฬเน้นๆ เลยตัดสินใจหันเรือกลับเพื่อไปว่ายนำ้เล่นในถำ้ Swallow Cave กัน เรามุ่งหน้ากลับพร้อมเมมโมรี่เต็มเปี่ยมในการ์ด วิ่งไปได้ซักพัก กัปตันก็ตะโกนว่าเห็นวาฬ มองไกลๆ คิดว่ามีประมาณ 5 ตัว พอเราไปถึงเจอเหลืออยู่ 2 ตัวว่ายวนเล่นไปมารอบเรือ ใกล้จนแทบจะเอามือเอื้อมไปจับได้ วาฬคู่นี้เป็นคู่รัก ว่ายคลอเคลียกันตลอด พอเหลือบเห็นเราตามไม่ทันก็วนกลับมาหา ไม่ต้องว่ายไล่ตามกันเหมือนเมื่อเช้า ถ้าเค้าไปทางซ้าย เราว่ายไปดักทางขวา เดี๋ยวเค้าก็ว่ายวนมาให้เราได้ใกล้ชิดยลโฉมกันครบทุกคน


   วาฬคู่รักคลอเคลียกันไม่ห่าง ตัวสีเข้มเป็นเพศเมีย ตัวสีอ่อนขาวเยอะเพศผู้    

เราว่าย ว่าย ว่าย และว่ายไม่หยุด (วาฬยังคงอยู่ในโหมดอ้อยอิ่ง) เล่นกับคู่รักหนุ่มสาวคู่นี้อยู่เกือบชั่วโมง ตื่นเต้นจนลืมความเหนื่อย ทุกอย่างที่เห็นตรงหน้ามันแจ๋วมาก วาฬคู่นี้ทั้งฟาดมือ (pec flap) ฟาดหาง (tail flap) ตั้งตัวตรง 90 องศาแล้วเอาหัวขึ้นมาบนผิวนำ้ (Spyhop) หงายท้อง กลิ้งไปมา ม้วนหน้า ม้วนหลัง กอดเคล้าคลอ หยอกล้อ คลอเคลีย มันโคตรสวย เหมือนดู Ballet ที่แสดงโดยสัตว์ใหญ่หนักกว่า 40 ตัน มีพลังเหลือล้น และสง่างามมาก เรารู้สึกถึงความหวานที่สัตว์ใหญ่ทั้งคู่มีให้กัน น่ารัก โรแมนติก สวยงาม คือความสุดยอด คือที่สุดของแจ้ (digitalay: สำหรับผู้อ่านอายุต่ำกว่า 30 ปี คนเขียนเค้าหมายถึงพี่แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ นักร้องตำนานสมัยโน้นครับ)


   กริยา Spyhop ของวาฬ    


   การได้ดูการเกี้ยวกันของวาฬเหมือนได้นั่งดูบัลเลย์แสดงอยู่ใต้น้ำ    

เรื่องกำลังสนุกเลยใช่มั้ยครับ… ตามไปอ่านต่อตอนที่ 2 กันได้เลยครับ

หมายเหตุ : Tony Wu จัดทริปไป snorkel กับวาฬที่ Tonga ทุกปีติดกันมากว่า 10 ปีแล้ว โดยทุกๆทริปคุณโทนี่จะทำการบันทึกข้อมูลการพบเห็น และ ตั้งชื่อให้กับลูกวาฬเกิดใหม่ทุกๆตัว สามารถดูสรุปข้อมูลของปี 2011 ได้ที่นี่ หากใครสนใจจะร่วมทริปสามารถติดตามข้อมูลและติดต่อกับ Tony Wu โดยตรงที่ได้ TonyWuBlog.com

About the Author

โน้ตโลกใต้น้ำคือจุดเริ่มต้นของตัวตนในวันนี้ หลังเรียนจบให้รางวัลชิ้นใหญ่กับตัวเองด้วยการออกเดินทางลงใต้เพื่อเรียนดำน้ำ ซึ่งเป็นความฝันของเด็กที่โดนบังคับว่ายน้ำวันละ 2 มื้อ โน้ตชอบขีดเขียน รักอิสระ เสพติดการเดินทาง เกลียดการจัดกระเป๋า หลงเสน่ห์สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ไม่ใช่มนุษย์ ถึงจะมีเรื่องอยากเล่ามากมาย แต่การเค้นออกมาเป็นตัวหนังสือนั้นไม่ง่ายเลย

View all posts by โน้ต

Share this:

9 Comments

  1. Nu Parnupong
    Nu Parnupong5 years ago

    แจ๋วมาก “คือที่สุดของแจ้ (digitalay: สำหรับผู้อ่านอายุต่ำกว่า 30 ปี คนเขียนเค้าหมายถึงพี่แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ นักร้องตำนานสมัยโน้นครับ)”
    มุขนี้โน๊ตไม่ได้เขียนเองใช่ไหม 😛

    • digitalay
      digitalay5 years ago

      โน๊ตเค้าเขียนมายังงี้เองจริงๆ ในวงเล็บนั่นก็เรื่องจริง จำเป็นต้องใส่ เพื่อให้คนอ่านเด็กๆ เค้าเข้าใจ ;P

      • Nu Parnupong
        Nu Parnupong5 years ago

        แอร๊ย ไม่น่าเชื่อ