ดำน้ำนอนเกาะ Derawan

ดำน้ำนอนเกาะ Derawan

Derawan เป็นจุดดำน้ำที่โด่งดังมายาวนานเป็นสิบปี ช่างภาพยุคแรกๆ ต่างต้องเคยไปเยือนกันมาแล้วทั้งนั้น ในสมัยก่อน Derawan ถือเป็นพื้นที่ถ่ายมาโครอันดับหนึ่งในแถบนี้ ถ้าอยากถ่าย pygmy seahorse ก็ต้องมาที่นี่ ถ้าอยากได้ภาพปลาอมไข่หรือ jawfish ซึ่งเป็นความฝันของช่างภาพหลายคน ก็สามารถหาถ่ายได้อย่างง่ายๆ ณ ที่เกาะแห่งนี้


   เป้ามาโครแบบพื้นๆ มาที่นี่หาเจอได้ไม่ยาก   

Jawfish เป็นปลาประหลาดอาศัยอยู่ในรูแนวตั้ง คอยโผล่แต่หน้าออกมามองโลกนอกบ้าน บางครั้งก็จะว่ายน้ำทำตัวตั้งๆ เหนือบ้านตัวเอง เวลากลับเข้าบ้าน jawfish จะถอยหลังเอาหางเข้าไปก่อน ไม่เหมือนปลาตามรูทั่วๆ ไปอย่างปลาบู่ (Goby) ที่พอตกใจก็จะกลับตัวเอาหัวมุดเข้ารู แล้วค่อยไปกลับตัวในรูอีกครั้ง ที่พูดถึง jawfish ซะยืดยาวก็เพราะว่าจังหวะที่จะถ่าย jawfish ให้ได้ภาพสมชื่อไทยของมันก็ต้องไปนั่งรอจังหวะที่มีไข่ลูกปลาในปากของมัน พ่อปลาจะเป็นฝ่ายอมไข่และดูแลจนกว่าจะฟัก ซึ่งใช้เวลา 8-10 วัน การที่จะได้เจอ jawfish ที่มีไข่อยู่ในปากก็เป็นเรื่องตื่นเต้นน่าดูแล้ว แต่ถ้าได้เจอจังหวะที่ฟักไข่ปล่อยลูกออกมาจากปากยิ่งเป็นจังหวะที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า


   Jawfish ตัวจิ๋วกำลังถอยหลังลงรู   

การที่จะมีโอกาสเห็น jawfish พ่นลูกปลาออกจากปากไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของความอดทนและการเตรียมตัวที่ดี Tony Wu เคยเล่าให้เราฟังว่าเค้าต้องไปลงน้ำตอนตี 5 ทุกวันติดเกือบอาทิตย์เพื่อรอจังหวะพ่อปลาพ่นลูกฟักไข่ ซึ่งการที่จะทำอย่างนั้นได้เห็นจะหนีไม่พ้นการต้องไปนอนบนเกาะ เพื่อรอเวลาและจังหวะที่ดี

ทางเลือกในการนอนเกาะมีหลากหลาย เริ่มต้นที่รีสอร์ทเจ้าดั้งเดิมที่มีสร้างชื่อเสียงยาวนานให้ Derawan มีชื่อว่า Derawan dive resort เป็นรีสอร์ทดำน้ำขนาดใหญ่ ห้องพักเป็นแบบบังกาโลเรียงแนวตามพื้นที่หาด มีทางเดินปูพื้นเรียบร้อยเชื่อมไปยังท่าเรือไม้ยื่นลงไปในทะเล ที่นี่เก่าแก่ขนาดที่ว่าใต้น้ำตรงเสาท่าเรือมีกัลปังหาและฟองน้ำใหญ่โตเกาะกันอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้การนอนบนเกาะก็มี option ประหยัดเป็นเกสเฮาส์สไตล์ homestay อีกสองสามเจ้า เลือกหากันได้ตามความชอบใจ


   บรรยากาศชิลๆ ของ Derawan Dive Lodge   

ร้านดำน้ำ Tasik Ria เจ้าดังของ Manado เพิ่งมาเปิดรีสอร์ทดำน้ำแห่งใหม่บนเกาะ Derawan ชื่อ Derawan dive lodge โดยที่เน้นความกะทัดรัดของรีสอร์ท เค้าเลือกใช้คำว่า dive lodge แทนคำว่า dive resort เพราะต้องการสื่อถึงความอบอุ่นกันเอง (lodge แปลแบบบ้านๆ ได้ว่ากระท่อมน้อยๆ ประมาณนั้น) ทีมดิจิทะเลได้ไปเยือนกระท่อมดำน้ำนี้ในช่วงที่ soft opening เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตัวรีสอร์ทบรรยากาศชิล และกันเองถึงใจจริงๆ เดินออกจากห้องแค่ 20 ก้าวก็ถึงขอบน้ำแล้ว พื้นที่รีสอร์ทเป็นพื้นทรายไม่ได้ปูอะไรทับ ตอนค่ำๆ จะมีปูตัวใหญ่ๆ มุดทรายออกมาเดินโชว์ตัวริมทะเลกันขวักไขว่ สำหรับคนที่ไม่ชอบนอนบนเรือ หรือจะมารอดู jawfish พ่นไข่ ที่นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกอัน

นอกจาก jawfish ที่มีเยอะซะจนเหมือนปลาการ์ตูนที่บ้านเราแล้ว Derawan ยังมีมากกว่านั้น เมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนช่วงคริสมาส dive leader ของรีสอร์ทไปดำน้ำเล่นๆ สำรวจพื้นที่เกาะเล็กแถวๆ นั้น ปรากฎว่าได้เจอกับ pygmy sea dragon ที่หายากระดับตำนาน! คราวนี้พอพวกเราไปถึงเค้าเลยพากลับไปที่เดิม ลองไปเสี่ยงโชคกันซักตั้ง แล้วก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง เราได้เจอกับ pygmy sea dragon จริงๆ leader แอบบอกว่าที่นี่ไม่ใช่จุดเดิมที่เจอเป๊ะๆ ซะด้วยแสดงว่าแถวนี้คงมีอยู่หลายตัว


   Pygmy Seadragon ของหายากที่ dive leader หาเจอได้ง่ายๆ   

ที่นี่เป็นสวรรค์ของคนชอบของเล็กจริงๆ มีของให้ดูกันทุก dive ใครถือกล้องไปรับรองว่าถ่ายรูปกันอย่างสนุก ไม่ว่าจะเป็น ghost pipefish, goby แบบแปลกๆ, กุ้งปูสารพัดตามซอกหิน หรือแม้กระทั่งในท่อฟองน้ำ เราได้เจอกับ 2 สุดยอดกุ้งใน dive เดียวกันอีกด้วย Harlequin shrimp (กุ้งตัวตลก) และ Tiger shrimp แต่ไม่ใช่ size ธรรมดา เป็น size จิ๋วพิเศษ ตัวเล็กขนาดซัก 1.5 cm เห็นจะได้


   Tiger Shrimp ตัวขนาดประมาณ 1.5 ซม.   

สำหรับคนชอบ wide angle บริเวณใต้ jetty ของ Derawan dive resort (คนละเจ้ากัน โปรดสังเกตคำลงท้ายว่าไม่ใช่ lodge) มีมุมสวยๆ ให้ได้ถ่ายกันได้สนุก แถมยังมีฝูงปลาขนาดใหญ่ว่ายวนไปมา และบ่อยครั้งที่จะได้เจอกับเต่าตัวใหญ่ที่นี่ด้วย เรียกว่าอยู่กันจนเต็มไดฟ์ได้เลย


   เสาใต้ jetty ของ Derawan Dive Resort เป็นจุดถ่ายภาพ wide angle ที่ไม่น่าเบื่อเลยจริงๆ   

แต่ความเจ๋งของ Derawan ไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวเกาะ Derawan เท่านั้น ในพื้นที่ใกล้ๆ ขนาดนั่งเรือไปทำ daytrip ได้ ยังมีอีกหลายเกาะที่ให้ประสบการ์ณ์ใต้น้ำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เริ่มต้นกันที่ Maratua จุดดำน้ำที่ใกล้เคียงสิปาดัน ด้วยความลึกของ wall และกระแสน้ำที่รุนแรง ทำให้เป็นจุดที่จะมีโอกาสได้พบปลาใหญ่ ปลานักล่า และปลากลางน้ำตัวโตๆ ได้มาก แต่ถ้าหากเราไม่โชคดีนัก แนวปะการังของที่นี่ก็เต็มไปด้วย basslet สีเจ็บๆ ดูกันเพลินตา


   Jellyfish lake แห่ง Kakaban   

เกาะต่อมาคือ Kakaban ความเจ๋งของที่นี่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา เราต้องเดินผ่านเข้าไปในป่าตามทางเดินที่ทำไว้เป็นอย่างดีเพื่อเข้าไปถึงทะเลสาบน้ำเค็มในหุบเขา ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 2 แห่งของโลก ที่ทะเลสาบแห่งนี้มีแมงกระพรุนแบบที่ไม่มีเข็มพิษ เรื่องมีอยู่ว่าเกาะ kakaban นี้เป็นเกาะที่ยกตัวขึ้นมาจากการขยับตัวของเปลือกโลก กักน้ำทะเลขังอยู่ภายใน เกิดเป็นทะเลสาบที่ตัดขาดจากโลกภายนอก สิ่งมีชีวิตที่ตกค้างอยู่ภายในก็เปลี่ยนตัวเองวิวัฒนาการให้เหมาะกับสภาพที่อยู่ใหม่ เนื่องจากในทะเลสาบไม่มีศัตรูตัวใหญ่ๆ ของแมงกระพรุน แมงกระพรุนที่อาศัยอยู่ที่นี่จึงค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองด้วยการละทิ้งเข็มพิษไป และกินอาหารด้วยการอาบแดดสังเคราะห์แสงจากสาหร่ายที่โตบนตัวของแมงกระพรุนเอง การวิวัฒนาการแบบนี้เหมือนกันเปี๊ยบกับ jellyfish lake ที่โด่งดังแห่งปาเลา


   Shots มาตรฐานอย่างนี้ ถ่ายได้ไม่ยากเลยที่ Lake Kakaban   

นอกจากแมงกระพรุน 4 สายพันธ์ที่จะออกมาลอยตัวเยอะๆ ในเวลาแดดดีแล้ว ยังมีชายป่าโกงกางที่มีฟองน้ำสีสดใส แถมด้วยปลาน้ำกร่อยหน้าตาแปลกๆ อีกด้วย


   ป่าโกงกางของ Kakaban   

เกาะสุดท้ายของบริเวณนี้มีชื่อว่า Sangalaki ที่นี่มีแมนต้า! ไม่ใช่แค่ตัวสองตัว แต่ถ้าจังหวะดีๆ อาจได้เจอเป็น 10 แมนต้าที่นี่ถึงจะเป็นแมนต้าตัวเล็กๆ แต่การได้ดูแมนต้าว่ายวนไปมาต่อเนื่องไม่มีหยุด ก็เรียกได้ว่าเป็นความอิ่มใจอีกแบบ


   Manta ฉวัดเฉวียนที่ผิวน้ำที่เกาะ Sagalaki ท่้าทายความสามารถช่างภาพ   

บนเกาะเคยเป็นสถานที่ตั้งของ sangalaki dive lodge ซึ่งถูกสั่งปิดไปเมื่อปี 2009 อาคารและห้องพักถูกกลายสภาพเป็นสถานเพาะพันธ์เต่าทะเล บนชายหาดของเกาะนี้เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเลที่สำคัญมาก และการอนุรักษ์ก็ทำได้ดีโดยวัดได้จากจำนวนเต่าที่ะกลับมาวางไข่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การดำน้ำในแถบหมู่เกาะนี้จึงมีโอกาสจะได้เจอเต่าเยอะมาก โดยเฉพาะที่เกาะ Maratua


   หลุมอนุบาลฝักไข่เต่าทะเล ที่ศูนย์อนุรักษ์เต่าบน Sangalaki ระบุวันเดือนปีที่เริ่มฟัก   

การมาดำน้ำ Derawan ไม่ใช่ได้แค่ 1 แต่ได้ถึง 4 ประสบการณ์ดำน้ำที่ต่างกันสิ้นเชิง เราจบทริปด้วยความรู้สึกที่ว่าอยากกลับไปให้เวลากับที่นี่อีกนานๆ 🙂

destination note: Derawan dive lodge จะมาเปิดตัวในงาน TDEX ปีนี้ที่บูท P22 ภายใต้บูทของ Myth Asia ใครสนใจลองไปถามรายละเอียดได้โดยตรงในงาน

About the Author

มีนchief admin ของดิจิทะเลคนนี้ เรียนมาทางด้านการออกแบบโดยตรง แต่ใช้ชีวิตผูกพันและเกี่ยวข้องกับโลกใต้น้ำอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นไกด์และสอนดำน้ำที่ภูเก็ต ทำหนังสือแผนที่ใต้น้ำและนิตยสารดำน้ำหัวภาษาอังกฤษระดับเอเชีย จนถึงล่าสุดสารคดีชุดที่นำเสนอเรื่องราวของโลกใต้น้ำทางช่องไทยPBS

View all posts by มีน

Share this: