ทดสอบ Nikon V1 ใต้น้ำ

ทดสอบ Nikon V1 ใต้น้ำ

เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ ผ่านมา พี่บอย DiveCafe.net ชวนทีมงาน digitalay ไปสำรวจแหล่งดำน้ำที่จะเรียกว่าใหม่ก็คงไม่ใช่นัก แต่เป็นแหล่งดำน้ำที่นักดำน้ำส่วนใหญ่ยังไม่เคยได้เข้าไปดำนั่นคือบริเวณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร พวกเราก็ตอบตกลงโดยพลัน เพราะกำลังหาเรื่องไปทดสอบกล้อง Nikon V1 กับ Olympus E-PL3 ที่ทาง Nauticam Thailand พยายามคะยั้นคะยอให้เอาไปทดสอบกันมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไปดำน้ำสักที ก็เลยเป็นที่มาของทริปฉุกละหุกคราวนี้ ทริปที่พี่บอยจัดขึ้นนั้นไปวันศุกร์ ดำน้ำ เสาร์-อาทิตย์ แล้วกลับวันจันทร์ แต่จำนวนวันดำน้ำมันไม่จุใจทีมงาน เราก็เลยติดต่อพี่ป้อมแห่ง DiveDD.com ว่าขอต่อดำน้ำกับชุมพรคาบาน่าต่ออีกสัก 3 วัน ทริปนี้เลยกลายเป็นทริปยาว 1 อาทิตย์ ออกจากกรุงเทพ ศุกร์เช้า ดำน้ำ 2 วัน จันทร์ย้ายที่พัก ดำน้ำอีก 3 วัน กลับกรุงเทพศุกร์ถัดมา ทรหดกันพอสมควรเลย

Nikon V1 ใส่ Nauticam NA-V1 housing สังเกตที่หน้า port จะมี Flip Diopter Holder ของ Nauticam ซึ่งเป็นพระเอกของงานนี้เลยเพราะมันใช้งานสะดวกมาก อยากถ่ายมาโครก็พับมันมาทับหน้า port แต่ถ้าพับมาแล้วหาของไม่เจอก็พับมันออก แล้วเล็งหาของผ่าน LCD ก่อนพอเจอของก็จัดให้มันอยู่ตรงกลางภาพแล้วพับ diopter กลับลงมาใหม่ก็จะได้ถ่าย super macro สมใจ

เข้าเรื่องกันเลย กล้องที่เราจะมาทดสอบกันคราวนี้มีสองตัว คือ Nikon V1 และ Olympus E-PL3 ทั้งสองตัวเป็นกล้องประเภท Mirrorless เปลี่ยนเลนส์ได้ เซ็นเซอร์ของกล้อง V1 จะมีขนาด 1 นิ้ว หรือ 13.2 x 8.8mm (ตัวคูณ 2.7) ซึ่งเล็กกว่าเซ็นเซอร์ของ E-PL3 ซึ่งมีขนาด 18mm x 13.5mm หรือ M4/3 (ตัวคูณ 2.0) ในส่วนของการรีวิวนั้นจะขอเขียนแยกกันเป็นตัวๆไป เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดการเปรียบเทียบของกล้องสองตัวนี้ ซึ่งมันไม่สามารถมาเปรียบกันได้เพราะเรียกได้ว่ามวยคนละรุ่นเพราะราคา body ต่างกันเกือบๆ 25%

โดยกล้อง Nikon V1 พร้อมเลนส์ Kit 10-30mm ราคาอยู่ที่ 27,400 บาท ในขณะที่ Olympus E-PL3 พร้อมเลนส์ Kit 14-42mm ราคาอยู่ที่ 21,900 บาท (ราคา ณ วันที่ 25 กันยายน 2012)

เริ่มจาก Nikon V1 ก่อนเลย

V1 ออกแบบให้ใช้กับเลนส์ mount ใหม่ชื่อ Nikon 1 ซึ่งขณะที่เขียนรีวิวอยู่นี้มีออกมาแค่ 4 ตัวคือ 10mm f/2.8, 10-30mm f/3.5-5.6 และ 30-110mm f/3.8-5.6 VR และ 10-100mm f/4.5-5.6 PD Zoom แต่หากใครมีเลนส์ Nikkor mount F (mount ปกติของ Nikon DSLR) อยู่แล้วอยากจะใช้เลนส์เดิมๆ ก็จะสามารถใช้ได้โดยนำมาต่อเชื่อมกับ Adapter FT-1 ซึ่งจะสามารถใช้งานได้เกือบเต็มประสิทธิภาพของเลนส์นั้นๆ โดยเฉพาะพวกเลนส์ G ที่มี Focusing motor อยู่ในตัวเลนส์ แต่สำหรับการใช้ใต้น้ำนั้นขณะนี้ยังไม่สามารถใช้เลนส์ mount F พวกนี้ใต้น้ำได้เพราะ housing ไม่ได้ออกแบบมารองรับ adapter และ เลนส์

Nikon V1 ใน Nauticam NA-V1 housing

การทดลองกล้อง V1 คราวนี้เราใช้อุปกรณ์ดังต่อไปนี้

กล้อง และ เลนส์ :
Nikon V1 + Flash SB-N5
Nikon One 10mm f/2.8
Nikon One 10-30mm f/3.5-5.6

Housing และ Ports :
Nauticam NA-V1
E-mount Macro Port 45 (สำหรับ 10-30mm)
E-mount 3.5″ Mini Dome Port (สำหรับ 10mm f/2.8)
Nauticam Tray and Arms

Accessories :
Pro-One PUD06 (M67 Closed up diopter x 6) ติดตั้งบน Nauticam Flip Diopter Holder
Light and Motion Sola 600

Strobe:
Sea & Sea YS-D1 2 ตัว

การควมคุมกล้อง การปรับค่าต่างๆ

ในการใช้งานช่วงแรกๆนั้น การเข้าถึงเมนู การปรับค่าต่างๆ ของ Nikon V1 นั้นทำได้ยากพอสมควร เช่น การปรับค่า White Balance ตัวกล้องไม่มีปุ่มสำหรับปรับ White Balance มาให้ เราต้องกดเข้าไปใน Menu เลือก Setting แล้วถึงจะสามารถปรับค่า White Balance ได้ การเลือกตำแหน่ง focus ช่วงแรกๆ ก็มีงงๆรำคาญอยู่ บ้างเพราะต้องกด ปุ่ม ok ก่อนเพื่อให้ กรอบจุด focus active ถึงจะสามารถเลื่อนตำแหน่งจุด focus ได้ แต่พอใช้ไปสักพักก็เริ่มชิน แล้วก็เริ่มเห็นความเจ๋งของมัน เพราะตำแหน่ง focus ของ V1 นั้นละเอียดมากถึง 13 x 9 ตำแหน่งเลยทีเดียว

สำหรับความเร็วในการ focus นั้นเร็วกว่าที่คิดไว้มากๆ เร็วจนแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเมื่อเทียบกับ DSLR เลย แต่ปัญหาในการ focus ไม่เข้าจุดที่เราต้องการก็ยังมีอยู่บ้างเล็กน้อย เช่น เล็งจุดโฟกัสไปที่เขาของ nudibranch แต่ดันไป focus ที่หลังนูดี้ซะนี่ (แต่จะว่าไปพวก DSLR รุ่นกลางๆก็มีพลาดบ้างเหมือนกัน แต่น้อยกว่าพอสมควร) แต่เนื่องจาก display บน LCD มีความละเอียดสูงทำให้สามารถเช็ค focus ได้ค่อนข้างละเอียด ก็พอจะมองเห็นและแก้ขัดไปได้

นอกจากนี้ LCD ของ V1 จะแสดงผล liveview ตามความสว่างที่สุดที่ lens ตัวนั้นๆจะให้ได้ (เหมือน viewfinder ของ DSLR) ข้อนี้จะต่างกับกล้อง mirrorless หลายๆรุ่นที่ liveview จะแสดงผลตามค่า f ที่ปรับ ดังนั้นถ้าเราปรับ f แคบๆ จะทำให้ภาพที่เห็นใน liveview ดูมืด ซึ่งอาจจะดีกับการถ่ายภาพปกติเพราะเราสามารถรู้ได้ทันทีว่าภาพมืดหรือสว่างเกินไปหรือไม่ แต่ไม่สะดวกในการถ่ายภาพโดยใช้ flash เลย ส่วน liveview ของ V1 นั้นไม่ว่าสภาพแสงจะน้อยแค่ไหน V1 ก็ยัง display ออกมาได้ชัดเจนและสว่างมาก จนบางครั้งสว่างเกินไป ทำให้ต้องลดค่า brightness ของจอ LCD ลงด้วยซ้ำ

ตอนนี้ Nikon One มีเลนส์ที่เหมาะกับการใช้งานใต้น้ำแค่ 2 ตัวคือ 10mm f/2.0 กับ 10-30mm f/3.5-5.6 ซึ่งเป็นข้อด้อยที่สำคัญทีเดียว ในการถ่าย Macro เราต้องใช้เลนส์ 10-30mm มาใช้ร่วมกับ Closed-up diopter x6 ของ Pro One โดยติดตั้งบน Flip diopter holder ที่หน้า port ปรากฎว่าการใช้งานนั้นสะดวกมากๆ ถ้าเราต้องการถ่ายภาพระยะกลางไม่ใกล้มาก ก็เปิดตัว closed-up diopter ออก แต่พอจะถ่ายภาพระยะใกล้มากๆ ก็พับ closed-up diopter มาทับหน้าเลนส์เลย

Flip Diopter Holder ของ Nauticam ใส่ Closed up dioptre x6 ของ Pro-One เมื่อไม่ใช้งานสามารถเปิด Dioptre ออกจากหน้า Lens ได้โดยไม่ต้องหมุนถอดให้เสียเวลา

ทริปนี้จุดที่ดำน้ำส่วนใหญ่น้ำจะขุ่นก็เลยต้องถ่าย Macro มาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่ง Nikon V1 นั้นยังไม่มี Macro Lens ที่เป็น mount ของมันเอง เราเลยต้องใช้เลนส์ 10-30mm ใส่ใน Port แล้วติด Flip Diopter Holder ใส่ Closed up diopter ของ Pro-One ในตอนแรกๆก็คิดว่ามันอาจจะไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่แต่พอลองไปใช้จริงๆปรากฎว่าใช้งานสะดวกมาก คุณภาพของภาพที่ได้นั้นก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ แม้ความคมชัดอาจจะไม่สามารถนำไปเทียบได้กับเลนส์ Macro แท้ๆได้ แต่ก็แลกมากับความ flexible ทำให้เราสามารถ zoom in – zoom out เปลี่ยนระยะโฟกัสได้

Cave Goby (Priolepis sp.) ตัวนี้ขยับค่อนข้างเร็วแต่ก็จะกลับมาที่เดิมเสมอ ผมมาร์คจุด focus โดยกะคร่าวๆไว้ที่ตำแหน่งตาของ Goby แล้วรอมันว่ายกลับมาเข้าตำแหน่งพอมาถึงก็กดโฟกัสแล้วลั่น shutter ซึ่งความเร็วในการ focus ของ V1 นั้นเร็วเหลือเฟือเลย ถ่ายโดย Nikon V1 + เลนส์ 10-30mm ใส่ใน Nauticam housing ติดตั้ง Dioptre x6 ของ Pro-One ใช้ Flash Sea and Sea YS-D1 ตัวเดียว

นูดี้ตัวนี้เล็กประมาณ 0.5cm ถ่ายด้วยเลนส์ Nikon One 10-30mm ที่ทางยาว​โฟกัส 30mm ใช้ Pro-One x6 Diopter จะเห็นว่าเราสามารถถ่าย Super Macro ด้วย combination เลนส์ และ Diopter นี้สบายๆ

กุ้งตัวยาวตัวนี้ใหญ่มากยาวเกือบๆ 10cm. ของเล็กแถบนี้บางตัวมันไม่เล็กอย่างที่คิดฮะ ภาพนี้ถ่ายที่ทางยาวโฟกัส 30mm โดยไม่ใช้ Closed-up diopter ตอนถ่ายแส้ทะเลแกว่งอยู่พอสมควร ทำให้จุด focus ไม่ตรงกับตัวกุ้ง เลยตั้งค่าระบบ focus เป็นแบบ tracking focus กล้อง V1 สามารถล็อคตำแหน่งของตากุ้งได้แทบไม่พลาดเลยพอ composition เข้าที่ก็กด shutter เพื่อ focus และ ลั่น shutter ได้เลย

สำหรับการถ่าย wide angle นั้นก็ต้องใช้เลนส์ 10mm f/2.0 ใส่ mini dome port 3.5″ (ให้มุมรับภาพ (ใต้น้ำ) เทียบเท่ากับเลนส์ 27mm.) ซึ่งก็ไม่กว้างเท่าที่ควร แต่ก็พอจะถูไถถ่ายภาพสัตว์ใหญ่ได้ เพียงแต่ต้องถอยออกห่างมาประมาณนึง ส่วนตัว mini dome port 3.5″ นั้น ด้วยความโค้งของ acrylic ที่ค่อนข้างมากทำให้จุด Focus ภาพเสมือนเข้ามาใกล้หน้าโดมมากพอสมควร ซึ่งส่งผลให้ภาพที่ออกมานั้นมีความเบลอที่ขอบภาพแบบสังเกตได้ ทำให้ต้อง stop down ความกว้างหน้ากล้องลงไปจนถึงประมาณ f/8 ความเบลอที่ขอบภาพก็ลดลงไป

ภาพนี้ถ่ายที่ f/2.8 (เลนส์ Nikon One 10mm) สังเกตที่มุมขอบภาพด้านล่าง จะเห็นว่ามีความเบลออยู่มาก ภาพนี้ถ่ายด้วยแสงธรรมชาติไม่ใช้ Flash ใช้ทรายที่พื้นเป็นตัวปรับ White Balance แบบ Preset

ปลาข้างเหลืองในบริเวณนี้แทบไม่กลัวนักดำน้ำเลยเราสามารถเข้าไปใกล้มันได้พอสมควรเลยทีเดียว ภาพนี้ถ่ายที่ f/5.6 สังเกตุว่าขอบภาพก็ยังมีความเบลออยู่บ้าง

ก่อนจบไดฟ์แรกของวันสุดท้าย ก็โชคดีเจอฉลามวาฬตัวใหญ่เข้าให้ ด้วยระยะที่พอเหมาะพอเจาะของเลนส์ Nikon One 10mm f/2.8 ซึ่งเทียบเท่ากับเลนส์ 27mm ปกติ ทำให้เราได้ภาพฉลามวาฬเต็มตัวแบบไม่ต้องเข้าใกล้มากแต่ก็ไม่ต้องถอยออกไปไกลเกินจนภาพไม่คม เยี่ยมไปเลย

ภาพ Wide angle ทั้งสามภาพด้านบน ถ่ายโดยแสงธรรมชาติ ไม่ใช้ Flash หรือไฟใดๆ ปรับ White Balance ด้วยสีของทรายบนพื้นซึ่งถึงแม้จะไม่ขาวจั๊วแต่ก็พอถูไถไปได้ (หมายเหตุ ที่ไม่ใช้ flash เพราะ แบตหมด แหะ แหะ)

ส่วนเรื่องระบบ Flash SB-N5 สำหรับกล้อง Nikon V1 นั้นมีแค่ระบบ TTL มาให้ใช้ ไม่สามารถเลือกเป็น Manual ได้ ตอนแรกก็กังวลว่าจะมีปัญหาในการถ่ายหรือไม่ แต่พอนำมาใช้งานร่วมกับ Sea and Sea YS-D1 แล้วปรากฏวว่าระบบ TTL จาก SB-N5 นั้นสามารถ Sync กับระบบ DS-TTL ของ YS-D1 ได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ให้กำลังแสงออกมาสวยพอดี จนทั้งทริปนี้ไม่เคยเปลี่ยน YS-D1 ไปเป็นระบบ manual เลย ทั้งๆที่ปกติผมจะเป็นคนถ่ายภาพโดยปรับ strobe เป็นระบบ manual ตลอด สำหรับการปรับกำลังแสงของ strobes นั้นก็ทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากมีปุ่มเดียวไม่ต้อง set อะไรให้งง

ภาพนูดี้ไข่เจียวกำลังวางไข่นี้ ใช้ Strobe YS-D1 2 ตัว โดยใช้ระบบ DS-TTL ตัวซ้ายตั้งไว้ที่กำลังแสงพอดี ส่วนตัวขวาลดกำลังแสงลง 1 stop เพื่อสร้างเงาให้ภาพมีมิติ

สรุปว่ากล้อง Nikon V1 นั้นสามารถนำมาใช้งานใต้น้ำโดยเฉพาะภาพแนว Macro ได้เป็นอย่างดี ดีกว่าพวกกล้อง Compact เยอะมากๆ การ Focus ก็รวดเร็วไม่พลาดจังหวะสำคัญๆ Shutter Lag ก็แทบไม่มี ขนาดของกล้อง และ housing ก็เล็กมากๆ สามารถแทรกกล้องเข้าไปถ่ายในพื้นที่เล็กๆได้โดยไม่ทำร้่ายปะการัง แต่ถ้าถามว่าสามารถเทียบชั้นกับกล้อง DSLR นำมาใช้แทนกันได้หรือไม่ ก็ตอบได้เลยว่ายังแทนที่กันไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องเลนส์ เพราะกล้อง Nikon 1 นั้นยังมีเลนส์มาให้เลือกน้อย การถ่ายมาโครก็ต้องใช้ร่วมกับ Closed-up Dioptre ซึ่งความคมชัดของภาพก็จะไม่สามารถเทียบได้กับเลนส์ Macro แท้ๆได้ ส่วนการถ่าย wide angle นั้นยิ่งต้องทำใจเพราะทางยาวโฟกัสที่กว้างที่สุดที่มีในตอนนี้คือ 10mm ซึ่งเทียบเท่ากับ 27mm สำหรับกล้อง full frame ซึ่งแคบเกินไปสำหรับการถ่ายภาพ Wide Angle คงต้องรอ Nikon ออกเลนส์ wide สำหรับ One system ออกมาก่อนแล้วค่อยมาว่ากันใหม่

การทดสอบคราวนี้ต้องขอขอบคุณ
พี่บอยจาก DiveCafe.net ที่ชวนไปทริปสนุกๆที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร
พี่ป้อมจาก DiveDD.com ที่ช่วยจัดการเรื่องที่พัก และ การดำน้ำที่ ชุมพรคาบาน่า
Nauticam Thailand ที่ให้ยืมกล้อง housing และ อุปกรณ์ประกอบต่างๆไปทดสอบ

About the Author

เอ้ตั้งแต่เรียนเป็นสถาปนิกในมหาวิทยาลัยก็จับกล้องฟิล์มท่องเที่ยวมาตลอด เลยทำให้ค้นพบตัวเองว่าไม่สามารถทำงานนั่งโต๊ะในออฟฟิศได้ เลยเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นครูสอนดำน้ำ และอีกหลายๆ อย่างที่ไม่ต้องเข้างานในออฟฟิศ ถึงแม้ว่าสายอาชีพจะเปลี่ยนไปแต่เอ้ยังคงชอบจับกล้องท่องเที่ยว และไม่หยุดเรียนรู้ทฤษฎีการทำงานของกล้องและอุปกรณ์ในการถ่ายรูป

View all posts by เอ้

Share this: