เรื่องและภาพ: บารมี เต็มบุญเกียรติ
กัลปังหาขนาดใหญ่ที่ Batee Tokong
Pulau Weh เป็นชื่อเกาะเล็กๆ ทางตอนเหนือของ Bandar Aceh ประเทศ Indonesia ชื่อของเกาะแห่งนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จัดเป็นแหล่งดำน้ำที่สมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ กับบ้านเรา เมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมาผมได้เดินทางมากับ Elegance Travel ที่เป็นตัวแทนของ Pulau Weh Dive Resort เที่ยวนี้เรามีเวลา 4 วันเต็มเพื่อสัมผัสท้องทะเลให้ได้จุใจ
ฝูงปลายูนิคอน ที่บริเวณ Arus Balee
ปลารวมฝูงพบได้ง่ายที่กองหินในจุดดำน้ำ Arus Balee
เราเริ่มเช็คไดฟ์กันที่ Gapang Jetty ตรงนี้น้ำนิ่งๆ ลึกไม่กี่เมตร ถ้าให้นึกภาพตามก็ประมาณสะพานหาดตาแหวนที่พัทยา แตน้ำใสกว่ามากและปลาที่นี่แตกต่าง! ปลาสวยงามหลายชนิดที่พบที่นี่หน้าตาแตกต่างไปจากบ้านเราและมีของหายากที่เจอได้ง่ายๆ อย่างเช่นปลากบ ปลาค็อกคาตู และปลาไรโนเปียส ปลาใบไม้สีเหลือง นอกจากนี้ยังมีปลามีดโกนฝูงใหญ่นับร้อยตัว ปลาผีเสื้อคอขาวฝูงใหญ่ และปลาสินสมุทรหางเส้นที่พบได้ยากในไทย ไดฟ์แรกเราจึงเป็นการเช็คไดฟ์ที่สนุกสนานสบายๆ


(ซ้าย) ปลาสินสมุทรหางเส้น Semicircle Angelfish | (ขวา) ปลาวัวสีฟ้าวัยเด็ก Blue Triggerfish สีสันจัดจ้านสวยงาม
Hot Spring ปลาสร้อยนกเขาและกะพงเหลืองห้าเส้นที่มาหาอาหารในกระแสน้ำอุ่น
ไดฟ์ต่อมาเป็นจุดที่ประทับใจมาก จุดนี้เรียกว่า Hot Spring เป็นแนวทรายใต้สมุทรที่ความลึกเพียง 12 เมตร มีน้ำแร่อุ่นๆ และฟองอากาศจากใต้พิภพไหลขึ้นมาผสมกับน้ำทะเลปกติ มองดูโดยรอบเห็นมีปลาปักเป้าสามสี่ชนิดนอนเอาท้องแปะทรายไว้ ช่างดูน่าสบายยิ่งนัก พอเข้าไปใจกลางกลุ่มฟอง กระแสน้ำที่พุ่งขึ้นมากลับอุ่นราวกับได้แช่น้ำแร่ อุณหภูมิกำลังสบายๆ ไม่ร้อนไม่หนาว ดูเหมือนน้ำที่อุ่นนี้ดึงดูดให้ปลาบางชนิดเข้ามาหากินบริเวณนี้ ผมเห็นปลาเก๋าที่นอนอยู่บนพื้นทรายเกลี้ยงๆ ปลาสร้อยนกเขา และปลากะพงเหลืองห้าเส้นที่มีสีเหลืองสดใสว่ายมาเป็นระยะ และที่นี่ทำให้ใครหลายคนได้ “อาบน้ำแร่แช่น้ำทะเล” เผื่อผ่อนคลายไปพร้อมๆ กัน
ปะการังดำกอใหญ่ที่ The Pinnacle
ไดฟ์สุดท้ายของวันแรกเราลงดำที่ Arus Balee เป็นกองหินโผล่พ้นน้ำ ที่นี่เราเจอปลาสารพัดชนิด กลางน้ำมีปลามงพร้าว นับหลายสิบโฉบมาจับปลาในแนว โดยมีมงครีบฟ้าที่ตัวใหญ่กว่าบ้านเรามากว่ายปะปนอยู่ ปลายูนิคอร์นฝูงใหญ่นับร้อยๆ เคลื่อนขบวนผ่านมา ตามกองหินบริเวณน้ำตื้นเต็มแน่นไปด้วยปลากะรังจิ๋วสีส้มๆ นับหมื่นๆ ตัว ฝูงปลากล้วยที่ว่ายมาไม่ขาดสาย ปลานกแก้วสีแปลกตา ในช่วงเวลารอยต่อจากกลางวันเป็นกลางคืนของที่นี่ ประสาทการมองเห็นของผมถูกถาโถมด้วยปลาสารพัดชนิด ไม่ว่าจะดำน้ำมานานขนาดไหน ผมเชื่อว่าคุณจะพบความสุขได้ที่ไดฟ์ไซท์นี้


(ซ้าย) ฝูงปลากะรังจิ๋วนับพันนับหมื่นว่ายออกมาจับแพลงก์ตอนกินและหลายๆตัวจับคู่ผสมพันธุ์ | (ขวา) ปลากะรังจิ๋วหางแดง Flame Anthias อวดครีบสวยตอนเกี้ยวตัวเมีย
วันต่อมาเราไปตะลุยดงกัลปังหา เริ่มกันที่ Canyon จุดดำน้ำที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Reef scape ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เราดำน้ำไล่ไปตามกองหินที่ลึกลงเรื่อยๆ ยิ่งลึกมากขึ้นกัลปังหาก็ยิ่งมีขนาดใหญ่มากขึ้น นักดำน้ำกลายเป็นมนุษย์ตัวจ้อยเมื่อเทียบขนาดกับกองกัลปังหาที่นี่ บางจุดมีกัลปังหาขึ้นเต็มแน่นนับร้อยต้น ยากที่จะเก็บความงดงามมาได้หมดด้วยภาพถ่ายไม่กี่ใบ ยิ่งลึกเวลายิ่งเหลือน้อยเราต้องกลับขึ้นสู่จุดตื้นๆ ด้วยความเสียดาย
กัลปังหาที่ Canyon มีขนาดใหญ่และขึ้นเรียงรายไปจนสุดความลึกที่จะมองเห็น
Fullmoon Goby โกบี้ถ้ำที่หาดูได้ยากในทะเลแถบอื่น
เราไปต่อกันที่ Batee Tokong ซึ่งสวยงามไม่แพ้จุด Canyon ที่นี่เราได้พบเจ้าโกบี้ถ้ำชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Fullmoon Goby ซึ่งเป็นตัวการทำให้เราตัดสินใจกลับไปที่นี่อีกครั้งพร้อมกับเลนส์มาโคร เพราะนอกจากหน้าตาที่น่ารักของมันแล้ว มันยังเป็นโกบี้ถ้ำอีกชนิดที่มีโอกาสพบเจอน้อยมาก
เข้าวันที่สามแต่ทุกคนยังดูกระปรี้กระเปร่า เช้านี้ลีดเดอร์ลงไปผูกทุ่นเตรียมให้เราลงดำกันที่กองหินกลางน้ำที่ชื่อว่า The Pinnacle จุดนี้น้ำค่อนข้างแรง แต่เนื่องจากคำบอกเล่าว่ามีปลาเก๋าดอกหมากยักษ์ นโปเลียน ฝูงปลามง ทำให้ไม่มีใครถอย พร้อมใจกันปักหัวลงสู้กระแสน้ำสาวทุ่นไปจนถึงยอดกองหิน ปลามงนับหมื่นว่ายมาวนอยู่ใกล้ๆ กอง สีของมันระยิบระยับสะท้อนแสงจางๆ จากข้างบน เป็นภาพที่ตื่นตาจนบรรยายไม่ถูก ที่กอกัลปังหาก็มีปะการังดำกอใหญ่สลับสับหว่างอยู่ ที่นี่เหมือนทำให้ผมได้ย้อนเวลาไปที่กองหินชุมพรแห่งเกาะเต่าเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว


(ซ้าย) ปะการังแข็งแบบที่พบในสิมิลันก็พบได้มากมายที่นี่ ชอบขึ้นตามกองหินที่มีน้ำไหลแรง | (ขวา) กัลปังหาที่ขึ้นสลับไปมา มองดูคล้ายสวนกัลปังหาที่มีคนมาจัดไว้
ไดฟ์ต่อมาเรากลับไปลงที่ Canyon กันอีกที แต่เป็นจุดที่ต่อจากแนวเดิมที่ลงไปเมื่อวาน ลีดเดอร์พาเราดำลอดสะพานหินโผล่ทะลุไปในสวนกัลปังหาที่งดงามราวกับมีคนมาจัดไว้ ความสวยงามทวีมากขึ้นแข่งกับความลึก จนไดฟ์คอมขึ้นความลึกที่ 40 เมตร ผมจึงค่อยๆ ไต่ระดับกลับขึ้นมาที่ตื้น เพราะถ้าดำลงไปเรื่อยๆ คิดว่าคงเจอยมบาลเป็นแน่แท้ ผมเชื่อสนิทใจว่าโลกใต้น้ำที่นี่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
Cockatoo Waspfish พบได้ง่ายที่นี่
เนื่องจากไดฟ์เมื่อกี้ลงกันลึกสุดใจเราเลยขอพักน้ำนานหน่อย เลยเปลี่ยนมาสำรวจโลกยามค่ำคืนดูบ้าง และจุดที่เราเลือกคือ Gapang ที่เราเช็คไดฟ์กันวันแรก พวกเราได้เจอค็อกคาตูสีน้ำตาล ปลากบ ฝูงปลาดุกที่ออกหากิน ปลามีดโกนที่หลบนอนในเม่นทะเล ปลาสิงโตสองจุด ปลาหมึกสองสามชนิด กระเบนจุดฟ้า ลิ้นหมา กุ้งซาลอน


(ซ้าย) ปลามีดโกน Razorfish หลบนอนอยู่ในเม่นทะเลเพื่อป้องกันอันตรายจากศัตรู | (ขวา) ยอดกองหินที่ Arus Balee มากมายด้วยปลานานับชนิด
วันสุดท้ายเราลงดำน้ำที่ Pantee Pennateung ที่จุดนี้ใต้นำ้จะเป็นสเต็ปเหมือนบันไดลงไปขั้นละสิบถึงยี่สิบเมตรไล่ลึกลงไปเรื่อยๆ เราดำไล่ไปตามหน้าผาที่มีฝูงปลาผีเสื้อและสินสมุทรสวยๆ หลายชนิด กัลปังหาขึ้นตามกองหินและหน้าผา กัลปังหาที่นี่ถ่ายยังไงก็ไม่เบื่อเพราะสวยและสมบูรณ์มาก บริเวณนี้มีกัลปังหาสีชมพูสดที่เป็นที่อยู่ของม้าน้ำแคระซึ่งอยู่ที่ความลึกที่ทำให้เราได้แต่มองผ่านๆมันไป ไดฟ์สุดท้ายเราไปจบที่ Arus Balee อีกครั้ง แต่เริ่มลงจากด้านเกาะแล้วค่อยตัดลงไปหากองหิน คราวนี้เราได้เจอกับฉลามครีบดำ ว่ายลัดเลาะแนวขอบที่ตัดลงสู่ห้วงลึก ผมแทบไม่ได้ดำลงไปจุดลึกเลย เพราะมัวแต่เพลินกับฝูงปลานานาชนิดตรงที่ตื้นๆ
ปลากะมงฝูงใหญ่ว่ายเข้ามาใกล้กับยอดกองหินใต้น้ำ
การได้มาดำน้ำที่นี่ทำให้ผมนึกไปถึงสิมิลันเมื่อครั้งเริ่มดำน้ำใหม่ๆ ทำให้นึกถึงเกาะสุรินทร์ที่มีปลามากมาย ทว่าที่นี่เหมือนกาลเวลาสูญหาย ความงดงามใต้ท้องทะเลเหมือนกดปุ่มสต็อปไว้ ในมวลน้ำครามเข้มยังมีซอกมุมที่สวยงามให้ได้ตามหา ปลาที่นี่หลากหลายและปะปน ว่ายสลับสับเปลี่ยนกันสร้างสีสันให้ทะเลดูสวยและมีชีวิต มุมมองต่างๆ เหล่านี้ถูกซุกซ่อนไว้ในทะเลรอให้คนมาพบเจอ
ขอขอบคุณ Elegance Travel สำหรับประสบการณ์ใต้น้ำที่แสนมีค่า
อุปกรณ์ถ่ายภาพ : กล้อง CanonEOS5D Mark III เลนส์ EF 16-35 f/2.8 L USM II, EF 100 Macro f/2.8 L IS USM ใส่ใน Nauticam 5D III แฟลช INON Z220 2 ดวง

.png)
.png)
.png)




