ทำไมเราถึงชอบ sharkskin wetsuit

ทำไมเราถึงชอบ sharkskin wetsuit

เราเป็นคนมีปัญหากับ wetsuit ตลอดเวลา หนาไป บางไป ใส่ยาก ผ้าไม่ยืด ตะเข็บแข็งบาดตัว หลวม แขนยาวเกิน ขาสั้นไป โอยย…สารพัดสารเพ และจากที่ได้เคยคุยกับหลายๆ คนใกล้ๆ ตัว ก็แน่ใจว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่เจอปัญหาพวกนี้

ถ้าอยากให้ใส่ง่าย ก็มันจะเป็นพวกผ้าบางและจบลงด้วยการหนาวสั่นงกๆ อยู่ใต้น้ำ ถ้าให้อุ่นสบายใต้น้ำ อีตอนใส่ก็ไม่ยักจะสบายอย่างมาก กว่าจะยัดตัวเข้าไปได้ เหงื่อตกกันเป็นถังเลยทีเดียว ถึงกับมีประโยคที่เอาไว้พูดเล่นๆ กันว่า การใส่ wetsuit เป็นความลำบากที่สุดในกระบวนการดำน้ำเลยทีเดียว

ตั้งแต่โบราณนานมาผ้าเวทสูทจะเป็นผ้านีโอพรีน ซึ่งพูดเปรียบเทียบง่ายๆ คือฟองน้ำอัดแน่น ผ้าบางตัวก็สามารถยืดได้มากกว่า แต่ยิ่งหนาก็ยิ่งยืดน้อย ซึ่งเป็นที่มาของการใส่ยาก เมื่อประมาณปีที่แล้วคนเรื่องมากเรื่อง wetsuit อย่างเราได้มีเฮ เพราะมันมีวิทยาการชั้นนำของเวทสูทชนิดใหม่ออกมา ซึ่งเรียกว่าปฏิวัติผ้า wetsuit กันเลยทีเดียว เพราะเจ้าผ้านี้ไม่ได้เป็นฟองน้ำอัดแผ่นแน่นๆ อีกต่อไป มันเป็นเหมือนผ้าขนหนูประกบฟองน้ำบางๆ ความยืดหยุ่นของมันสูสีกับผ้านีโอพรีน 1 มิล ใช่แล้ว มันยืดมาก และบางมาก ตามทฤษฏีแล้ว ผ้าแบบใหม่นี้จะกักความร้อนได้ดีที่ใต้น้ำ และพอเมื่ออยู่บนผิวน้ำจะระบายเหงื่อได้ ทำให้ไม่ร้อนเหงื่อตกที่ผิวน้ำ แถมยังแห้งเร็ว!!! อะไรมันจะดีขนาดนั้น แต่ว่าแล้วมันจะรับมือคนขี้หนาวอย่างเราไหวเหรอ

แต่ละเจ้าก็มีชื่อเรียกและความแตกต่างกันในดีเทลย่อยๆ ของชั้นผ้า เจ้าแรกๆ ในเมืองไทยที่ประกาศตัวออกผ้าแบบนี้มาคือ poseidon แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ยอมผลิตมาขายในตลาดซะที เจ้าต่อมาที่ปล่อยของคือ oceanic ในชื่อของสินค้าว่า lavacore ขายดีซะจนเราซื้อไม่ทัน (^^”) จนเมื่อปลายปีที่แล้ว มีข่าวว่ามีคนนำเข้าอีกยี่ห้อนึงเข้ามาในไทย ซึ่งเป็นยี่ห้อต้นฉบับโด่งดังที่ต่างประเทศมาหลายปีแล้ว ยี่ห้อนี้คือ sharkskin

sharkskin มีต้นกำเนิดมาจากออสเตรเลีย ฮิตมากในหมู่นักเล่นเซิร์ฟบอร์ด เพราะอุณหภูมิน้ำแถวนั้นมันไม่สามารถใส่กางเกงชายหาดเล่นเซิร์ฟได้ตลอดปี ฮิตเพราะความแห้งเร็ว สบายตัวของมันนี่ล่ะ

เราได้มีโอกาสถือ sharkskin ไปลองในทริป Lembeh เมื่อเดือนที่แล้วด้วย ทีแรกขนไปกะว่าจะใช้แทน wetsuit มาตรฐาน 5 มิลกันเลย แต่พอผ่านไป 1 วันก็พบว่า sharkskin สามารถใช้แทน wetsuit หนา 3 มิลได้อย่างสบายๆ ถ้าเป็นไดฟ์ทั่วๆ ไป (อย่างเช่นไปสิมิลัน ไปสิปาดัน) แต่ไม่ใช่ไดฟ์ที่ต้องถือกล้องและตีขาเพียงแค่ 30 ทีตลอดทั้งไดฟ์อย่าง Lembeh นี่

เราเลยต้องเปลี่ยนแผนเอาแต่ตัวในมาลอง ซึ่งทำให้เราได้พบคุณสมบัติที่เราชอบที่สุดของ sharkskin

ตัวในที่พูดถึงคือตัว vest-hood คือตัวแขนกุดมีฮูดคลุมหัว เอาไว้ใส่ซ้อนข้างในอีกชั้น อ่านมาถึงนี่ หลายคนคงคิดว่ายัยนี่บ้ารึเปล่า 5 มิลแล้วยังต้องใส่ซ้อนอีกเหรอ จะอบซาวน์น่าลดน้ำหนักรึไง แต่มันหนาวจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อเป็น Lembeh ที่ขยับตัวว่ายน้ำน้อยเหลือเกิน แถมอยู่กันยาว 80-90 นาทีต่อไดฟ์ wetsuit 5 มิล อย่างเดียวมันก็ยังสู้ไม่ไหว ปกติแล้วทุกไดฟ์ตอนแต่งตัวเราจะบ่นหนาวตั้งแต่ตอนสวม vest-hood เพราะเวลาระหว่างไดฟ์มันแค่ไม่กี่ชั่วโมง ไม่มีทางที่ผ้านีโอพรีนจะแห้งได้ เทียบได้กับว่าเราสูญเสียความร้อนไปแล้วรอบแรกตั้งแต่ก่อนลงน้ำ แต่ sharkskin ไม่เป็นอย่างนั้น!!! ผ้าของ sharkskin แห้งเร็วสุดยอด แห้งภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงระหว่างไดฟ์นั้น แห้งแบบที่ไม่สามารถรีดเสียงบ่นจากคนขี้หนาวอย่างเราได้เลย

การใส่wetsuit ที่ยังเปียกๆ บนตัวที่แห้งอุ่นสบายของเรา เป็นความทรมานสาหัสของการแต่งตัวเตรียมลงน้ำ ลองคิดดูว่าไดฟ์เช้าที่ wetsuit ที่ผ่านการตากลมมาทั้งคืนจนเกือบแห้ง มันใส่สบายแค่ไหน ถ้าคุณเข้าใจเราคุณจะอยากลองหาไอ้เจ้าเทคโนโลยีใหม่นี่มาลองซักตัว 🙂

ขอบคุณ sharkskin ที่ให้ของเราไปทดลองเล่น ใครอยากลอง wetsuit sharkskin ลองมาดูตัวจริงได้ที่งาน Nauticam Demo Day 2013 วันเสาร์ 23 นี้ที่ Dive Me Crazy หมู่บ้านนิชดาธานี

About the Author

มีนchief admin ของดิจิทะเลคนนี้ เรียนมาทางด้านการออกแบบโดยตรง แต่ใช้ชีวิตผูกพันและเกี่ยวข้องกับโลกใต้น้ำอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นไกด์และสอนดำน้ำที่ภูเก็ต ทำหนังสือแผนที่ใต้น้ำและนิตยสารดำน้ำหัวภาษาอังกฤษระดับเอเชีย จนถึงล่าสุดสารคดีชุดที่นำเสนอเรื่องราวของโลกใต้น้ำทางช่องไทยPBS

View all posts by มีน

Share this: