Anilao Trip with Sony RX100 (รีวิวแบบบ้านๆ)

Anilao Trip with Sony RX100 (รีวิวแบบบ้านๆ)

ทริป Anilao คราวนี้เกิดขึ้นจากความงกครับ คือพอดีเราได้ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-มนิลา โดยสายบิน Philippines Airlines มาฟรีสองที่นั่งจากปีที่แล้ว เนื่องจากขากลับจากการถ่ายทำรายการ “มหัศจรรย์พันธุ์ลึก” เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เครื่องบิน overbooked สายการบินเลยหาผู้สมัครใจเลื่อนไฟล์ทไปวันรุ่งขึ้นโดยมี voucher อาหารเย็นสุดหรู และ อาหารเช้าสุดเด็ดพร้อม ที่พักโรงแรมไฮโซให้ในคืนนั้น และที่สำคัญให้ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ฟรี 2 ที่นั่ง มีอายุ 1 ปี ทางเราจึงไม่รอช้าหน้ามึดยอมสมัครใจเลื่อนไฟล์ททันที

เกือบ 1 ปีผ่านไป ตั๋วดังกล่าวกำลังจะหมดอายุ เราจึงเกิดทริปฉุกละหุกขึ้นมา รีบหาข้อมูลว่าใกล้ๆ มนิลา มีจุดดำน้ำไหนน่าไปบ้าง ก็เลยเกิดเป็นทริป Anilao แบบลวกๆ คราวนี้ขึ้นมา ก็ต้องขอขอบคุณ พี่ป้อม จาก Nivach Scuba ที่คอยจัดการประสานงานเรื่องที่พัก และ การดำน้ำให้นะครับ

และจากความอยากส่วนตัวของ Admin ที่อยากลองกล้อง Sony RX100 เพราะเคยคุยกับ Eric Cheng ช่างภาพใต้น้ำชื่อดังเจ้าของ wetpixel เขาบอกว่าตื่นเต้นกับกล้องตัวนี้มาก Admin เลยหาเรื่องเข้าไปยืม housing NA-RX100 จาก Nauticam Thailand แล้วก็สร้าง mission ให้ตัวเองว่า ทริปนี้เราจะไม่พก DSLR และ จะลองถ่ายภายใต้น้ำด้วยกล้อง Compact ให้สวยให้ได้

ทั้งหมดนี้คือที่มาของทริปคราวนี้ครับ

ทริปนี้เรามา review กล้อง Sony RX100 กัน ชุดนี้ชุดใหญ่ประกอบด้วย Nauticam Housing, Strobe Sea&Sea YS-D1, SubSee Diopter, Pro-One Diopter, Sola600

ก็ขอเริ่ม review กันเลยดีกว่า

ตัวกล้อง Sony RX100 มีชื่อเต็มๆ ว่า Sony Cyber-Shot DSC-RX100 เจ้ากล้องตัวนี้มีความเจ๋งเด็ดอยู่ 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ

1. Sensor ที่มีขนาดใหญ่กว่ากล้อง compact ทั่วไปถึง 2.7 เท่า โดยเจ้า Sensor ตัวนี้คือ 1” Exmor CMOS Sensor ซึ่งมีขนาดเท่าๆกับ Nikon 1 system (ภาพประกอบจาก Dpreview.com )

2. เจ้า RX100 นี้ใช้ Lens Zeiss T* โดยมีทางยาวโฟกัส 10-37mm f/1.8 – f/4.9 ( เทียบกับ Full Frame = 28-100mm f/4.9-13.4 ) และ สังเกตุรูรับแสงที่สว่างมากกกกกกกกก f/1.8 กันเลย ถ่ายในที่แสงน้อยสบายๆ

ส่วนรีวิวของตัวกล้องก็ลองหาอ่านกันดูตาม web ได้เลยครับมีเต็มไปหมด อยากของ dpreview ก็ละเอียดดี เราจะขอเข้าส่วนถนัดของเราเลย คือเมื่อเอาใส่ housing ลงน้ำกันนะครับ

อุปกรณ์ที่ใช้คราวนี้ก็ประกอบด้วย
กล้อง Sony RX-100
Housing Nauticam NA-RX100
Strobe Sea&Sea YS-D1 2 ตัว
Diopter SubSee +5 (ปรากฎว่าติดขอบอย่างแรง)
Diopter Pro-One +6 (อันนี้เวิร์คกับ Sony RX100 มากๆ)
Nauticam WetMate Dome Port

Sony RX100 ประกอบชุดใหญ่จัดเต็ม

วัตถุประสงค์หลักๆ ของการมาดำน้ำที่ Anilao ก็คงไม่พ้นสัตว์จิ๋วต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง ปู นูดี้ ปลากบ ช่วงๆ แรกๆ คุณไดฟ์มาสเตอร์ ที่พี่ป้อมเตรียมไว้ให้ ชี้ของแต่ละอย่างเล็กกว่าเม็ดข้าวสาร ซึ่งเล็กเกินไปสำหรับเจ้า RX100 แม้จะใส่ diopter เข้าไปแล้วก็ตาม ข้อจำกัดอันแรกของ RX100 คือแม้ระยะ focus ใกล้ที่สุดของกล้องจะใกล้สุดๆขนาด 5cm ก็ตาม แต่มันถ่ายที่ระยะ 5cm ได้ที่ทางยาวโฟกัสกว้างสุด (28mm) เท่านั้น พอกด Zoom in เข้าไปนิดเดียว ก็ไม่สามารถโฟกัสใกล้ขนาดนั้นได้อีก

กุ้ง Emperor Shrimp บน Sea Cucumber

ข้อจำกัดต่อมาคือ จากข้อจำกัดข้อแรก ทำให้เวลาใส่ diopter ของ Subsee เข้าไปมันเลยติดขอบ (diopter ของ SubSee จะมีความหนามากเพราะออกแบบมาให้เป็น Lens ไม่ใช่แค่ close-up filter ธรรมดา ตอนใช้กับ DSLR ภาพที่ได้มาน่าทึ่งมากๆ) โดยปกติเวลาใช้กล้อง compact กับ diopter เรามักจะได้รับคำแนะนำให้ zoom-in เข้าไปนิดนึงเพื่อหลบขอบ และ เพื่อเลี่ยงอาการขอบเบลอ แต่กับ Sony RX100 ถ้าเรา zoom-in เข้าไปแม้จะแค่นิดเดียวก็จะไม่สามารถโฟกัสระยะใกล้ได้เลย จึงเกิดเป็นปัญหางูกินหาง อยากถ่ายใกล้ๆ ก็ต้อง zoom-out ออกมาให้กว้างสุด พอกว้างสุดก็ต้องใส่ SubSee +5 เพื่อเพิ่มกำลังขยาย พอใส่ SubSee +5 ก็ติดขอบ พอ zoom-in หลบขอบก็ focus ใกล้ๆ ไม่ได้ ดังนี้แล

เมื่อใช้ Sony RX100 ใน Nauticam ร่วมกับ SubSee +5 แล้วเกิดอาการติดขอบอย่างแรง

ขยายภาพข้างบนมา 100% จะเห็นว่า เห็นขนกันเต็มๆ


แต่ทางแก้ก็ง่ายมาก วิธีแรกคือ ขี้โกงเล็กน้อยโดยการ ถ่ายๆ มา แล้วก็เอามา crop ซะ ซึ่งคุณภาพของภาพก็ไม่ได้ด้อยลงไปเลย เพราะ RX100 ให้ภาพขนาด 21MP crop นิด crop หน่อยไม่มีปัญหาแน่นอน หรือ วิธีที่สองก็เปลี่ยน diopter ไปใช้ของ Pro-One ซะ เพราะ Pro-One สั้นกว่าทำให้ไม่ติดขอบ (ผมพก diopter ไป 2 ตัว ด้วยความบังเอิญ เพราะลืมเอา Pro-One ออกจากกระเป๋า คนมันดวงดีครับ 555) ถึงแม้คุณภาพของ ภาพที่ได้จาก Pro-One จะสู้ SubSee ไม่ได้เวลาใช้กับ DSLR แต่ในกรณี RX100 นี้ Pro-One กินขาดครับ

พอเปลี่ยนจาก SubSee มาเป็น Pro-One Diopter ก็หมดปัญหาติดขอบทันที

นูดี้ตัวนี้ขนาดประมาณ 5มม. Pro-One Diopter ก็พอถ่ายได้ (ภาพนี้ crop เยอะเหมือนกันนะครับ)

หรือไม่อย่างนั้นก็เอา diopter ออกแล้วก็หาอะไรที่มันใหญ่ๆ ขึ้นมาหน่อยถ่าย อย่างปลากบเป็นต้น

ความเร็ว และ ความแม่นในการโฟกัส
เรื่องการ focus ของ RX100 ก็ถือว่าทำได้ดี และ เร็วพอสมควรเลย แต่ยังห่างไกล DSLR อยู่หลายขุม ตำแหน่ง focus ของ RX100 เราสามารถเลือกได้แบบ flexible 25 จุดกันเลย โดย set ระบบ focus เป็น selective single-point แต่กรอบจุด Focus ของ RX100 นั้นค่อนข้างใหญ่ ทำให้บางครั้งกล้องไปจับอย่างอื่น (ในกรอบ focus เดิมนะครับ ผมไม่ได้พูดถึงกรณีที่ใช้ระบบ multi-area ที่กล้องจะเลือกตำแหน่ง focus ให้ตามใจกล้องนะครับ) แทนจุดที่เราตั้งใจจะโฟกัสจริงๆ เช่น แทนที่กล้องจะจับหนวด nudibranch กล้องดันไปจับลายบนตัวของ nudibranch ที่โคนหนวดแทน

Blue-ringed Octopus ตัวนี้ขยับไวมาก แต่ ก็ไม่พ้นความเร็วในการจับโฟกัสของ Sony RX100

จริงๆ แล้ว RX100 ก็มีระบบ manual focus assist มาให้ แต่สำหรับผม ผมว่ามันใช้ยากมาก เราไม่สามารถจัด composition ของภาพในขณะที่ manual focus assist ทำงาน เมื่อ focus ได้แล้วก็ต้องกลับมาจัด composition กันใหม่ มือก็ขยับ ตำแหน่ง focus ก็หลุดจากจุดที่อยากได้ แต่พอปิดระบบ manual focus assist ตาผมก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจุดที่อยาก focus มันคมที่สุดแล้วหรือยัง (อันนี้อาจจะเป็นข้อจำกัดตามอายุของช่างภาพนะครับ T__T ) ดังนั้นก็เลยต้องพึ่งระบบ auto focus ของกล้องต่อไป ก็ใช้วิธีถ่ายมาหลายๆ รูป ต้องมีสักรูปแหละที่โฟกัสเข้าจุดที่ต้องการ (จริงๆก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่รู้สึกว่าตอนถ่ายด้วย DSLR มันเป๊ะกว่าเยอะ)

Coleman Shrimp คู่นี้กว่าจะถ่ายให้ Focus เข้าตากุ้งได้ก็กดไปหลายรูปเหมือนกัน เพราะกล้องมักจะไปจับที่ลายบนตัวกุ้งแทน

การใช้งานร่วมกับ Strobes
ตอนแรกก็ยังกังวลอยู่ว่า เวลาเอากล้อง compact ไปใช้กับ strobe แล้วระบบ flash ของกล้องมันจะเข้าขากับระบบ ds-TTL ของ strobes หรือเปล่า พอใช้ก็สรุปว่า sync กันได้ไม่มีปัญหาอะไร โดยส่วนใหญ่ผมจะเปิด flash ของกล้องเป็น fill-in (เปิด ON) แล้วปรับ Strobe ของผมเป็น TTL โดยตั้งค่าแสง strobe ซ้ายขวาไม่เท่ากัน เพื่อสร้างมิติของภาพ ระบบ TTL นั้นก็ทำงานได้ไม่ผิดพลาด แต่จะมีปัญหาใหญ่ๆ 1 ข้อคือเวลาถ่าย Macro ภาพจะ overexposed เมื่อเราเปิดหน้ากล้องกว้างๆ เพราะกำลังไฟของ strobe ที่เบาที่สุด ก็ยังสว่างเกินค่า f/1.8 ของกล้องไปมาก แม้จะตั้ง ISO ไปที่ 80 แล้วก็ตาม ขนาดปรับค่า f-stop ให้แคบลงไปที่ f/4 ก็ยังต้องถอย strobe ออกไปพอสมควรเพื่อให้ได้แสงที่พอดี ซึ่งอาจจะทำไม่สะดวกนักในบางสถานการณ์ สรุปว่า เมื่อใช้ strobe ในระบบ TTL เราจะแทบไม่สามารถถ่ายภาพ macro ชัดตื้นๆได้เลย (ในกรณีของ DSLR กับ เลนส์มาโคร การถ่าย macro ชัดตื้นทำได้ง่ายกว่ามาก เพราะทางยาว focus ที่ยาวกว่าทำให้การเปิด f แค่ประมาณ f/4.5 หรือ f/5.6 หลังก็ละลายเป็นไอติมตากแดดเที่ยงวันแล้ว)

เมื่อเปิด f กว้างมากไม่ได้ ก็เลือกฉากหลังเป็น blue หรือ black background แทนก็พอถูไถ

แต่การที่กล้องสามารถเปิดหน้ากล้องได้ถึง f/1.8 ก็ถือเป็นข้อดีอย่างที่แรงส์ เพราะแค่แสงไฟจาก guide light (ในกรณีนี้ ผมใช้ไฟ Sola 600 ซึ่งจะพังมิพังเหล่) ก็พอที่จะถ่ายภาพแล้ว แถมได้ภาพที่ชัดตื้นอย่างที่อยากได้ในตอนแรกด้วย

ภาพนี้ไม่ได้ใช้ Strobe ใช้แค่ไฟ Guide Light (Sola 600) แล้วเปิดหน้ากล้องกว้างๆ ก็ได้ภาพสวยงามหลังเบลอเหมือนกัน แถมไม่ต้องติด strobe ให้เทอะทะด้วย

ภาพนี้ก็ใช้ไฟฉายแค่ดวงเดียว จัดมุมให้แสงตกลงบนตัว นูดี้ เท่านี้ก็ได้ฉากหลังดำสวยงาม

Wide Angle
ตัวกล้อง Sony RX100 สามารถถ่ายกว้างสุดได้ที่ 28 มม. ซึ่งถือว่าไม่กว้างมากนัก ยิ่งเมื่อใส่เข้าไปใน housing ที่ด้านหน้าเป็น flat port แล้วทำให้มุมยิ่งแคบลงไปอีก (จากหลักการหักเหของแสง) ทำให้การถ่ายภาพ wide angle จาก Sony RX100 นั้นไม่ฮือฮาเท่าไหร่นัก แต่พอใส่ wet mate dome port ของ Nauticam เข้าไปก็พอจะทำให้มุมภาพกว้่างกลับมาประมาณ​28 มม. ซึ่งก็พอถูไถได้ แต่จริงๆ แล้วถ้ามี fish-eye conversion lens (แบบเกลียว 67มม) ไม่ว่าจะเป็นของ INON หรือของ Fisheye หรือของDyron ก็น่าจะโอเคแต่เนื่องจาก admin ไม่สามารถหายืมเลนส์พวกนี้ได้ ก็เลยไม่ได้ลอง

ภาพ Wide Angle นั้นกล้องตัวนี้ก็พอทำได้ แต่ก็ไม่กว้างเท่าที่ใจอยาก

สรุป
หลังจากอยู่กับกล้อง Sony RX100 ไป วันละ 3 ไดฟ์​ไดฟ์ละ 90-110 นาทีเป็นเวลา 6 วัน ก็พบว่ามันถ่ายภาพได้หลากหลาย แม้การถ่ายมาโครจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างแต่พอใช้ร่วมกับ diopter ของ Pro-One แล้วก็ได้ภาพที่สวยงามทีเดียว (แต่มีข้อแม้ว่าตัว object ต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 1cm นะครับ)​ส่วน wide angle ก็พอจะใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่ง convertor แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่ DSLR จะทำได้

ถ้าวัตถุเล็กจิ๋วมากๆ (นูดี้ตัวนี้ทั้งตัวยาวแค่ไม่ถึงครึ่งเซ็นต์) ก็ต้องใช้วิธีจัด composition เอาให้สวยงาม

สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจกับอุปกรณ์ set นี้มากๆ คือ ขนาดและน้ำหนักของกระเป๋ากล้องที่ลดลงจากประมาณ 20 กก.(สำหรับ DSLR) ​มาเป็นแค่ประมาณไม่ถึง 10 กก.​ข้อนี่แหละที่สามารถทดแทนข้อด้อยของการถ่ายภาพที่ว่ามาข้างต้นได้เป็นอย่างดี แถมกระเป๋าก็เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด อุปกรณ์ทั้งหมดที่ผมเอามาคราวนี้ ผมเอาใส่เป้ขึ้นหลังได้หมดทุกอย่างโดยหลังไม่ยอก (ยกเว้น tray, arms แล้วก็ clamps ที่เอาใส่ไว้ในกระเป๋าอุปกรณ์ดำน้ำ) และไม่โดนเจ้าหน้าที่คนไหนขอชั่งกระเป๋าเลยเดินทางมีความสุขมากครับ ถ้าทริปไหนไปดำน้ำแบบไม่ต้องทำงานถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ผมก็ว่า Sony RX100 นี่แหละเหมาะเลย พกง่ายสบายแรง แถมคุณภาพก็พอใช้ได้ทีเดียว

ดูรูปเพิ่มเติมได้ตามนี้เลยครับ

ขอขอบคุณ​
พี่ป้อม จาก Nivach Scuba ที่ช่วยจัดการประสานงานเรื่องที่พักที่ Mayumi Resort และ การดำน้ำให้นะครับ
Nauticam Thailand สำหรับ housing NA-RX100, Tray และ Arms ทั้งเซ็ต และ Wet Mate Dome Port
Dive Supply Bangkok สำหรับ อุปกรณ์เสริมอื่นๆ (SubSee +5, Pro-One Diopter, ไฟ Sola 600, และ อุปกรณ์ดำน้ำอื่นๆ)​
คุณหมีจาก Philippines Airlines (Thai Star Air Co.. Ltd.)

About the Author

เอ้ตั้งแต่เรียนเป็นสถาปนิกในมหาวิทยาลัยก็จับกล้องฟิล์มท่องเที่ยวมาตลอด เลยทำให้ค้นพบตัวเองว่าไม่สามารถทำงานนั่งโต๊ะในออฟฟิศได้ เลยเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นครูสอนดำน้ำ และอีกหลายๆ อย่างที่ไม่ต้องเข้างานในออฟฟิศ ถึงแม้ว่าสายอาชีพจะเปลี่ยนไปแต่เอ้ยังคงชอบจับกล้องท่องเที่ยว และไม่หยุดเรียนรู้ทฤษฎีการทำงานของกล้องและอุปกรณ์ในการถ่ายรูป

View all posts by เอ้

Share this:

3 Comments

  1. Nohara Shinnosuke
    Nohara Shinnosuke4 years ago

    ได้ลอง focus tracking ไหม.. กด lock focus ที่ตาแล้วจัดองค์ประกอบใหม่ระบบ focus ยังคง focus จุดที่ lock ไว้ตอนแรก..
    เคยลองแต่บนบก ไม่เคยลองในน้ำไม่รู้มันจะยัง tracking ได้ดีอยู่ไหม

    • digitalay
      digitalay4 years ago

      คือแบบว่า ไม่ได้ลองน่ะครับ ลืมไปเลยฮะว่าควรจะลองด้วย แหะ แหะ ขออภัย