เบื้องหลังภาพ: ปะการังออกไข่

เบื้องหลังภาพ: ปะการังออกไข่

เรื่องและภาพ: Shin Arunrugstichai

ภาพปะการังออกไข่ภาพนี้ชื่อภาพ “Once in a lifetime” ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดภาพถ่าย Me & Sea จากงาน TDEX ปีล่าสุด (2013) ในประเภทกล้อง Compact & Smartphone คำบรรยายใต้ภาพเขียนไว้ว่า “…การออกไข่ปะการัง เกิดขึ้นแค่ปีละครั้ง ครั้งละราว 10 นาที เป็นปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์ที่สุด ที่เคยได้พบมาในการดำน้ำของผม…” เราเลยจับตัวหนุ่มเจ้าของภาพ “ชิน” ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย มาเล่าเรื่องราวเบื้องหลังภาพถึงคืนประทับใจที่เป็นปรากฏการณ์ที่มหัศจรรยที่สุดในการดำน้ำของเขา


   “Once in a lifetime” | ภาพชนะเลิศประเภทกล้อง Compact & Smartphone TDEX 2013   

“Guys!!! It’s really f**king happening!” นั่นคือคำแรกที่หลุดออกจากปากเมื่อผมได้ขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อตะโกนบอกเพื่อนร่วมทีมนานาชาติที่รออยู่บนเรือ เป็นเวลาสองคืนติดกันแล้วที่ทีมอาสาสมัครเล็กๆ จาก New Heaven Reef Conservation Program (NHRCP) เฝ้ารอการออกไข่ (coral spawning) ของปะการัง 2 สายพันธ์ุ (Symphillia sp. และ Goniastrea rectiformis)

โครงการวิทยานิพนธ์ของ Mr.Chad Scott แห่งทีม NHRCP ที่ผมทำงานอยู่ด้วย คอยสังเกตและเก็บข้อมูลในพื้นที่นี้มาต่อเนื่องหลายปีจนทำให้เราสามารถประมาณช่วงเวลาของการปล่อยไข่ของปะการังในแต่ละปีได้ โดยมีระยะเวลาอยู่ในช่วง 4 วัน (บวกลบ 2 วัน) ทีมของเราจึงต้องผลัดเวรกันไปเฝ้ารอในน้ำกันอย่างต่อเนื่องหลายคืน คืนละหลายๆ ชั่วโมง โดยที่ช่วงเวลาของการปล่อยเซลล์สืบพันธ์ุ (ไข่และสเปิร์ม) เป็นเพียงเวลาสั้นๆ แค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้น การปล่อยไข่ของปะการังแต่ละชนิดแตกต่างกันไป ขึ้นกับหลายปัจจัยเช่น จังหวะน้ำขึ้นน้ำลง และเวลาทางจันทรคติ ในบางปีอาจไม่มีการปล่อยไข่เลย ถ้าหากว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับปะการังเพราะปะการังจะสงวนพลังงานไว้เพื่อฟื้นฟูตัวเองแทนการปล่อยไข่ อย่างเช่นหลังจากเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่ในปี 2010 ซึ่งทำให้ไม่มีการปล่อยไข่ของปะการังเกิดขึ้นในปี 2011 ในพื้นที่เกาะเต่า


   (ซ้าย) ทีมอาสาสมัครของโครงการ NHRCP ทำการผสมและดูแลเซลล์สืบพันธุ์บนเรือ | (ขวา) อาสาสมัครเฝ้ามองหา zooplankton ที่ไล่กินเซลล์สืบพันธุ์ที่มักติดมาในน้ำทะเล   

ก่อนจะกลับไปที่คืนนั้น ผมขอเล่าเรื่องของปะการังอีกสักหน่อย…

ปะการังเป็นสัตว์ที่สามารถสืบพันธ์ุได้ทั้งแบบอาศัยเพศ (ปล่อยไข่และสเปิร์ม) และแบบไม่อาศัยเพศ (แตกกิ่ง) จุดแตกต่างที่สำคัญระหว่างการสืบพันธุ์ทั้งสองแบบนี้คือความหลากหลายทางพันธุกรรมของรุ่นลูก ถ้าจะให้เปรียบเทียบง่ายๆ การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศก็เหมือนกับการที่ผู้ชายผู้หญิงปั่มปั๊มกัน ได้เด็กออกมาที่มีรหัสพันธุกรรมที่ผสมจากทั้งพ่อและแม่ แต่การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศก็เหมือนการโคลนนิ่งที่จะออกมาเหมือน กันเด๊ะทุกอย่าง

   เซลล์สืบพันธุ์ของปะการัง ซึ่งถูกเก็บอยู่ในขวด   

ความแตกต่างทางพันธุกรรมนี้มีความสำคัญมากสำหรับแผนการฟื้นฟูแนวปะการัง (ซึ่งจะทยอยเล่าใน article ต่อๆ ไปครับ) การตัดกิ่งเสียบซึ่งเห็นกันบ่อยๆ นั้นเพิ่มพื้นที่ได้ในเวลาที่รวดเร็ว ตัวผมเองมองว่ามันเป็นการฟื้นฟูแนวปะการังแบบหวังผลระยะสั้นที่ได้ผลดี (อ๊ะๆ ห้ามไปหักปะการังเสียบกิ่งกันเองนะครับ เพราะปะการังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองครับ)

แต่การเพิ่มพื้นที่ปะการังด้วยการเสียบกิ่งอย่างนี้ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน เพราะทุกชิ้นส่วนปะการังเหล่านั้นมีพันธุกรรมเดียวกัน ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องดีในระยะยาว เพราะตัวโคลนทุกตัวก็จะมีข้อเสียติดมาเหมือนอย่างตัวต้นแบบทุกกระเบียดนิ้ว ถ้าตัวต้นแบบเป็นปะการังที่อ่อนไหวต่ออุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น ปะการังทั้งแผงนั้นก็จะเป็นแบบเดียวกัน (ดิจิทะเล: คล้ายๆ คนเป็นภูมิแพ้ฝุ่น พอแตกหน่อมาก็ยังเป็นคนขี้แพ้ฝุ่นอยู่ดี) ถ้าหากอยู่มาวันนึงอุณหภูมิน้ำขึ้นสูง ทั้งแนวปะการังนี้ก็อาจจะฟอกขาว (Coral Bleaching) ตายเกลี้ยงพร้อมกันทั้งหมด ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับแผงปะการังเขากวาง Acropora spp. ที่ Shark Bay เกาะเต่า เมื่อตอนการฟอกขาวของปะการังในปี 1998

ดังนั้นการฟื้นฟูปะการังด้วยการสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศจึงมีความสำคัญในระยะยาว เพื่อความหลากหลายทางพันธุกรรมและความสามารถในการฟื้นตัวจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจสร้างความเสียหายในแนวปะการัง

   เซลล์สืบพันธุ์ที่อยู่ในขวดก่อนที่จะถูกย้ายไปลงบ่อเพาะเลี้ยงตัวอ่อน   

ด้วยแนวคิดนี้จึงเกิดเป็นโปรเจคของ Mr.Chad Scott ที่จะเพาะเลี้ยงปะการังในบ่อเพาะ ก่อนจะปล่อยกลับลงทะเลเพื่อเพิ่มความหลากหลายพันธุกรรมให้กับแนวปะการังของเกาะเต่า ก่อนหน้าคืนสำคัญ ทีมงานใช้เวลาเป็นเดือนเพื่อเตรียมตัว เริ่มตั้งแต่สร้างบ่อเพาะ ทำอุปกรณ์เก็บไข่ นั่งเก็บตัวอย่างชิ้นปะการังเพื่อตรวจหาไข่ ว่ายสำรวจเพื่อหา colony ปะการังที่เหมาะสม ติดตั้งทุ่นสัญญาณไฟกระพริบ วางเชือกนำทางใต้น้ำโยงจุดต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อป้องกันการหลงทางในเวลากลางคืน

สิ่งทีเหลือก็คือเฝ้ารอปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น

กลับมาที่คืนนั้น หลังจากทีมของเราคว้าน้ำเหลวมา 2 คืนติด ทั้งเหนื่อย ทั้งหนาว ทั้งหิว ทุกคนในทีมก็ใจแป้วและเริ่มหลอนว่าพวกเราพลาดเหตุการณ์นี้ไปแล้วหรือเปล่า เพราะเกือบทุกคนรวมทั้งผมไม่เคยเห็นเหตุการณ์ Coral Spawning นี้มาก่อน ในคืนที่ 3 ผมกลับไปที่ Station กอปะการัง Symphillia เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงตาม Polyps ของ Colony ที่ได้ mark ไว้และก็เฝ้ารอ

ผ่านมาหนึ่งชั่วโมงก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมคาดว่าก็คงกินแห้วกันอีกคืนแน่ๆ เลยหันไปมองหา marble shrimp ที่ชอบอยู่ตามซากปะการังหักๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ระหว่างที่มองหาอยู่นั้น จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนว่ามันมีอะไรฟุ้งๆ คล้ายควันบุหรี่พุ่งออกมาจากโขดปะการัง Symphillia ที่ผมต้องเฝ้า ความคิดที่ผุดเข้ามาในหัวคือ “จริงดิวะ…” เลยรีบว่ายเข้าไปดูใกล้ๆ เลยได้โดนเต็มๆ พุ่งเข้าเต็มหน้าเลยครับ เป็นหมอกฟุ้งๆ ที่มีเม็ดเล็กจิ๋วๆ สีชมพูลอยอยู่ข้างใน ในที่สุดการรอคอยของพวกเราก็ออกผล ไข่เม็ดกลมๆ สีชมพูสวยเม็ดเล็กๆ ผุดลอยไปทั่วตัดกับน้ำทะเลสีดำ ไข่ปะการังถูกพ่น ปุ๊ดๆๆๆ ออกมาจาก coralite (ดิจิทะเล: โครงสร้างหินปูนภายนอกของปะการัง ที่เห็นเป็นลายคล้ายๆ ดอกไม้นั่นล่ะ) และค่อยๆ ลอยออกสู่ทะเลกว้าง ทำให้ผมนึกถึงโคมลอยที่คนชอบจุดกัน พอเริ่มตั้งสติหายตะลึงได้ ผมก็รีบขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อเรียกทีมที่สแตนด์บายรออยู่บนเรือให้รีบลงน้ำมาช่วยกันเก็บเซลล์สืบพันธ์ุที่เป็นจุดหมายของการรอของเรา แล้วผมก็รีบกลับลงไป ที่ใต้น้ำสัตว์ทะเลต่างๆ ที่อยู่บริเวณนั้นเริ่มเข้ามาแย่งกันกินไข่ที่ถูกปล่อยออกมายังกับเป็นงานเลี้ยง ผมเลยต้องรีบไล่เก็บไข่ปะการังที่ออกมาก่อน ลืมเรื่องการถ่ายรูปไปจนกระทั่งทีมจากบนเรือตามมาถึง

การถ่ายรูปครั้งนี้สำหรับผมเป็นเรื่องยากมาก Station ปะการังที่ปล่อยไข่อยู่ที่น้ำตื้นมากประมาณ 3 เมตร และมีกระแสน้ำตรงที่ตื้นเป็น surge คอยพัดโยนไปมาอีก (ดิจิทะเล: น้ำยิ่งตื้นยิ่งควบคุมการลอยตัวยาก แถมยังมีกระแสน้ำช่วยให้ตัวเซอีกชั้น เห็นใจแทนจริงๆ) ทำให้ต้องระวังมากไม่ให้ไปชนปะการังที่อยู่รอบๆ เสียหายได้

   การปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ของ Symphyllia   

ผมใช้กล้อง Canon Powershot G11 ใน WP-DC34 Housing (ดิจิทะเล: housing พลาสติกมาตรฐานจาก Canon เอง) ที่ไม่มี accessory เสริมอะไรเลย ใช้ไฟฉายที่ถือในมือเป็น focus light พอกล้องจับ focus ได้แล้วก็กดชัตเตอร์พร้อมกับยิง flash ตามปกติ ถ่ายรูปชุดแรกไปได้สักพักก็เริ่มรู้สึกผิดที่ไม่ได้ช่วยเพื่อนทำงานเก็บไข่ปะการัง ผมเลยเก็บกล้องแล้วทำงานต่อ (แต่แอบคาใจกับภาพที่ถ่ายมาแล้วอยู่ลึกๆ เพราะยังไม่ได้อย่างที่หวัง) จนเหตุการณ์ปล่อยไข่ของปะการัง Symphyllia จบลง ทีมงานก็กระจายตัวย้ายไปเฝ้าปะการังอีกชนิดนึงซึ่งก็คือ Goniastrea rectiformis เพราะคาดว่าจะมีการปล่อยไข่ในคืนเดียวกัน ตอนนี้มีคนอยู่ในพื้นที่เต็มกำลังแล้วผมเลยหันกลับมาถ่ายภาพต่อได้จริงๆ จังๆ อีกสักที

   Colony ปะการัง Goniastrea rectiformis ก่อนการปล่อยไข่ เห็นไข่สีชมพูจ่ออยู่ที่ปาก Coralite   

ผมว่ายหา colony ที่ไม่มีคน เพราะอยากได้ภาพไข่ปะการังอย่างเดียวสวยๆ ชัดๆ ในระหว่างที่รอ Goniastrea rectiformis ปล่อยไข่ ก็นั่งดูรูปที่ถ่ายมาก่อนไปด้วย ภาพการปล่อยไข่เซ็ทแรกที่ถ่ายมาค่อนข้างขาดมิติ เลยตัดสินใจจะถ่ายภาพเซ็ทใหม่ด้วยไฟฉายดำน้ำอย่างเดียว ไม่ยิง flash เพื่อเลียนแบบแสงของการใช้ Snoot (ดิจิทะเล: การควบคุมแสง flash ให้โดนเฉพาะจุด ไม่ยิงกระจายโดนทั่วทั้งภาพ) ผมลองถือกล้องด้วยมือข้างนึง ถือไฟฉายด้วยมืออีกข้าง แล้วคอยขยับไฟฉายปรับมุมแสงเนื่องจากอยากให้แสงเข้าด้านข้างเพื่อขับ texture ของปะการังชนิดนี้ออกมา การทดลองก่อนเวลาจริงเป็นไปด้วยความลำบาก ทุลักทุเลพอสมควร หลังจากซ้อมมุมกล้องเตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็เหลือแค่รอให้ปะการังปล่อยไข่ออกมาเท่านั้น

คราวนี้แค่ 10 นาทีให้หลังโอกาสก็มาถึง พอถ่ายไปได้ซักพัก ก็เริ่มเห็นข้อจำกัดของกล้องที่มี กล้องไม่สามารถจับ focus ไข่ได้ทันใจ ผมเลยปรับมาใช้โหมด Manual focus ปรับให้ล็อคที่ระยะใกล้ที่สุดเท่าที่กล้องจะทำได้ แล้วขยับตัวกล้องไปให้เล็งให้จุด focus อยู่ตรง polyp ที่ไข่กำลังจะออกมา แล้วรัว shutter ไปเรื่อยๆ แบบไม่มีหยุด (ถึงจะพูดว่ารัว แต่ก็เร็วที่สุดก็ได้แค่ 2fps (ดิจิทะเล: 2 รูปต่อวินาทีฮับ) เท่านั้นล่ะครับ) ยิงไป 20 กว่าภาพ ได้ภาพคมชัดเข้าจุด focus อยู่แค่ 2 ภาพเท่านั้นเอง ถ่ายไปได้ซักพัก ผมก็มาไล่ดูภาพที่ถ่ายไปแล้ว พอได้เห็นภาพที่พอใจแล้วบ้าง เลยเก็บกล้อง แล้วไปหยิบอุปกรณ์เก็บไข่มาทำงานต่อจนการปล่อยไข่สิ้นสุดลง

   การปล่อยเซลล์สืบพันธ์ของ Goniastrea rectiformis (ภาพคล้ายกับภาพที่ได้รางวัลแต่คนละมุมกัน)   

มันเป็นคืนที่ทุกอย่างตื่นเต้น, เข้มข้น, เคร่งเครียด และผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนความทรงจำมันไม่ชัดเจน เหลือเพียงแต่ความรู้สึกประทับใจของภาพอันมหัศจรรย์ที่ได้เห็นและจบลงด้วยรอยยิ้มของทุกคนในทีมเมื่องานในคืนนั้นเสร็จสิ้น

จริงๆ แล้วงานส่วนของการวิจัยยังไม่เสร็จนะครับ แต่ที่จะเขียนอธิบายก็คงไม่พอแล้วล่ะครับ ขอละไว้ในโอกาสหน้าครับ

เพิ่มเติม :
New Heaven เดิมทีเป็นร้านดำน้ำธรรมดาบนเกาะเต่า คอยช่วยเหลืองานอนุรักษ์ร่วมกับมูลนิธิ Coastal Preservation and Development (CPAD) อยู่หลายปี เมื่อ CPAD มีความจำเป็นต้องปิดตัวลง จึงส่งผ่านเจตนารมณ์เกิดมาเป็น New Heaven Reef Conservation Program (NHRCP) โดยรับเอา โปรเจคหลายๆ ตัวมาทำต่อ และมีโปรเจคใหม่หลายๆ รูปแบบซึ่งเน้นการให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจให้กับคน เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับแนวปะการังอย่างยั่งยืนยาวนาน ภาพและวิดีโอเพิ่มเติมของโปรเจค Coral Spawning ดูได้ที่นี่

About the Author

ชินนักศึกษาปริญญาโทหนุ่มหล่อ ทำงานวิจัยทางชีววิทยาเชิงอนุรักษ์ของปลาฉลาม แต่ชอบระเห็จอู้งานการเขียนวิทยานิพนธ์ไปถ่ายรูปสารคดีทั้งบนบกและใต้นำ้ ก่อนหน้านั้นเคยทำงานอนุรักษ์แนวปะการังกับทีมอาสาสมัครเกาะเต่าอยู่หลายปี หนุ่มคนนี้มีผลงานประกวดภาพถ่ายรางวัลระดับสากลกับเค้าอยู่บ้างเหมือนกัน

View all posts by ชิน

Share this:

1 Comment

  1. Nohara Shinnosuke
    Nohara Shinnosuke4 years ago

    เยี่ยมมากครับ 😀