ดูปลาวาฬบรูด้าที่บางตะบูน

ดูปลาวาฬบรูด้าที่บางตะบูน

หลังจากเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทีม digitalay ได้ออกเรือไปดูปลาวาฬบรูด้า (Bryde’s Whale) กันกับ ไต๋จำรูญ เราออกเรือจากบางตะบูน สรุปว่าทริปนั้นแห้วครับ ไม่เจออะไรเลยแม้แต่ปลาโลมาสักตัว แต่อย่างไรเราก็ไม่ยอมแพ้ ขอจองเรือไต๋จำรูญไว้อีกรอบตั้งแต่กลับเข้าฝั่งในวันที่แห้ววันนั้น และแล้ว วันนี้ก็มาถึง

9 กันยา 2556 : เราออกจากกรุงเทพกันตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ขับรถไปรับสมาชิกร่วมทริปอีกสองคน แล้วก็ตรงดิ่งไปที่บางตะบูน แวะทานอาหารเช้าในปั้มข้างทาง ส่วนอาหารกลางวัน และน้ำดื่มเราเตรียมกันมาจากบ้านตั้งแต่เย็นวันก่อนแล้ว พอไปถึงประมาณ แปดโมงนิดๆ ไต๋จำรูญและเรือก็พร้อมออกทะเล พวกเรา 5 คนจึงออกเรือกันด้วยความหวังว่า คนอะไรมันจะซวยติดกันไม่เห็นปลาวาฬเลยทั้ง 2 ทริป!!!

_AEY6421
ระหว่างนั่งเรือก็มีของน่าถ่ายรูปลอยมาให้ทดสอบความพร้อมของกล้องและคนถ่ายเป็นระยะๆ

นั่งเรือผ่านไปชั่วโมงกว่าๆ ไต๋ก็ชี้ให้ดู ปลาโลมาฝูงนึง เราก็ตื่นเต้นกัน เพราะคราวที่แล้วแม้แต่โลมายังไม่เจอเลย แล่นไปสักพักก็เห็นเรือประมงขนปลากะตักกลับมาเต็มลำ แสดงว่าช่วงนี้ปลากะตักซึ่งเป็นอาหารหลักของปลาวาฬบรูด้า (Bryde’s Whale) มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ เจ้าปลาวาฬบรูด้า ก็คงอยู่กินอาหารแถวๆ นี้แหละ

_AEY6410
สังเกตจำนวนปลากะตักตรงกลางเรือ และ ดูน้ำหนักของมันทำให้เรือแทบจะปริ่มน้ำ แสดงว่าเรือลำนี้บรรทุกปลากะตักมาจนเต็มพิกัดของเรือเลยทีเดียว

บริเวณที่เราแล่นเรือผ่านนั้นมีปลากะตักหนาแน่นมาก หนาแน่นขนาดปลากะตักกระโดดขึ้นมาดิ้นๆ อยู่บนเรือ ท้ายเรือก็มีนกบินตามเราเป็นฝูงใหญ่ คอยไล่จับปลาที่โดดหนีเรือ ไต๋บอกเราว่าวันนี้ดีแน่ๆ อาหารเยอะ พวกวาฬต้องกินโชว์สวยๆ แน่ๆ ในใจผมคิดแค่ว่าขอให้เจอก็พอละ ไม่ต้องกินให้สวยก็ได้ครับ

_AEY6387
นกนางนวลบินตามเรือเราอยู่พักใหญ่ คอยจ้องโฉบปลากะตักอยู่ใกล้ๆ

mean-1010112
นี่คือโฉมหน้าปลากะตักอาหารของปลาวาฬบรูด้า ที่โชคร้ายกระโดดขึ้นมาบนเรือ และโดน admin โน๊ตจับกิน (ล้อเล่นนะฮะ ไม่มีใครจับปลากะตักกิน ทริปนี้เราเตรียมข้าวเหนียวหมูย่างมาเป็นอาหารกลางวันครับ)

แต่แล้วเวลาก็ผ่านไป ผ่านไป ออกจากฝั่งมาเกือบ 3 ชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีวี่แวว แล้วอยู่ๆ ไต๋จำรูญก็เบาเครื่อง พวกเราหลายคนที่นั่งหลับ นอนสะลึมสะลืออยู่ก็สะดุ้งเด้งขึ้นมามองกันใหญ่ แล้วไต๋ก็คุยโทรศัพท์เสียงดัง กับไต๋เรืออีกลำที่คาดว่าคงพานักท่องเที่ยวมาดูปลาวาฬเหมือนกันแต่ออกเรือมาก่อนเราว่า “เลยไปไหนแล้ว ผ่านไปไม่เห็นหรือไงนี่ อยู่หน้าวัดเลย อ้าอยู่นี่ ขึ้นมาตั้งหลายทีแล้ว วนเรือกลับมาเลย” เราก็ตกใจมองกันใหญ่ ไหนวัด ไหนอ้า อะไรอ้า รีบหันไปหาไต๋ ไต๋ก็ชี้ให้มองตรงไปทางหัวเรือ พวกเราพยายามเล็งไปตามมุมที่ไต๋ชี้กันใหญ่ ยืนแผ่กันเต็มหัวเรือจนไต๋ต้องไล่ให้กลับมานั่ง บอกอย่าบังทาง 555

พอเล็งไปอีกซักพัก ตรงที่ไกลลิบๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเมื่อกี้ อยู่ดีๆ ก็มีแท่งดำๆ อยู่นิ่งๆ เหมือนเสาไม้ใหญ่ๆ โผล่ขึ้นมา พร้อมกับเสียงไต๋จากเก๋งเรือว่า “นั่นล่ะมันอ้าปากกินแล้ว” เท่านั้นแหละเราทุกคนคว้ากล้อง ซูมกันจนสุดทางยาวเลนส์ถึงได้เห็นไอ้แท่งดำๆ นั่น แท่งดำๆ ค้างตัวอยู่ซักพักก็ล้มพับหายไปกับน้ำ นั่นมัน บรูด้าจริงๆ ด้วยยยยยยย!!!! ทุกคนบนเรือตะโกนลั่นด้วยความดีใจ!!! ผมแอบสงสัยว่าไต๋เห็นแท่งนั้นได้ยังไง ท่าทางไต๋จะมีสายตาของ superman เหมือนพี่กี้แห่งทริป Sardine Run ของ adminนุ

_AEY6438
เห็นแทงดำๆ ไกลๆ ไหมครับนั่นแหละปลาวาฬ นี่ขนาดเราใช้เลนส์ 70-200mm + TC1.4 ใส่ใน Nikon D7000 ซึ่งมีตัวคูณอีก 1.4 คิดเป็นทางยาวประมาณ 392mm ยังเห็นเป็นจุดๆ ผมงงมากว่าไต๋จำรูญเห็นเข้าไปได้ยังไงเนี่ย

พอเรือของเราวิ่งเข้าไปใกล้ขึ้น ก็เริ่มเห็นรายละเอียดของปลาวาฬมากขึ้น แล้วไต๋ก็ตะโกนออกมาว่า “เจ้านี่มัน ข้าวเหนียวนี่นา มันเพิ่งออกลูกตัวใหม่มาอีกตัว ยังไม่ได้ตั้งชื่อเลย” พวกเราก็สงสัยว่า ไต๋ดูหลังดำๆ แค่นั้นแล้วรู้เลยเหรอว่าเป็นตัวไหน ไต๋บอกว่า ดูที่ลายบนหลังเอา (หลายๆ คนถ้าเคยติดตามเรื่องการจำแนกปลาวาฬ ที่เวป วาฬไทย ก็คงพอจะทราบวิธีแยกว่า ปลาวาฬตัวไหนเป็นตัวไหน ด้วยการดูรูปถ่ายใกล้ๆ เช่นดูรอยตำหนิ รอยแหว่งที่บาลีน ดูรอยมาร์คสีที่ปาก หรือ แผลเป็นตามจุดต่างๆ ซึ่งแค่นั้นก็ยากแล้ว)

_AEY6510
ไต๋จำรูญบอกว่าดูลายที่หลังก็รู้แล้วว่าเป็น “แม่ข้าวเหนียว”

_AEY6698
แม่ข้าวเหนียว เพิ่งคลอดลูกตัวใหม่มาไม่นาน (วันที่เขียน Blog นี้ยังไม่ได้ตั้งชื่อ แต่มีคนเสนอชื่อมาหลายชื่ออยู่เช่น ไก่ย่าง, หมูปิ้ง, ปลาร้า, etc.) ลูกอ่อนตัวนี้มีพี่แท้ๆ ชื่อ “เจ้าส้มตำ” หลายๆ คนเลยคิดว่าชื่อ “ไก่ย่าง” น่าจะเหมาะสมที่สุด ^^

หลังจากลอยลำและขยับเรือช้าๆ ตามแม่ลูกคู่นี้อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง แม่ข้าวเหนียวก็เริ่มอ้าปาก กินปลากะตักให้เราถ่ายรูปแบบใกล้ๆ จะๆ เราก็สังเกตเห็นรอยแหว่งที่บาลีน และ รอยตำหนิต่างๆได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม่ข้าวเหนียวอ้าปากกินปลาอยู่หลายครั้งแต่เราไม่เห็นลูกน้อยทำอย่างเดียวกัน ถามจากไต๋ได้ความว่า เนื่องจากลูกอ่อนยังเด็กมากเลยยังกินแบบนี้ไม่เป็น

_AEY6530

_AEY6537

_AEY6538

พอปลาวาฬเริ่มกิน เราก็เริ่มเห็นฝูงนกนางนวลเข้ามาอาศัยจังหวะนี้ เก็บตกของหลุดจากปากปลาวาฬ (แต่จริงๆ แล้วก็มีบางตัวอุกอาจบินไปจิกปลากะตักจากในปากของแม่ข้าวเหนียวกันเลย) ในระหว่างที่ดู แม่ข้าวเหนียวกินอาหารกลางวันอย่างสบายใจ ไต๋ก็หันไปเห็นแท่งดำๆ อีกอัน ไกลๆ อ้าปากกินอยู่ เราเลยแบนเข็มมุ่งหน้าไปทางตะวันออก ไปดูปลาวาฬอีกตัว แต่พอเข้าไปใกล้ๆ มันก็เริ่มว่ายน้ำออกไปสู่ทะเลเปิดอย่างเร็ว ท่าทางจะไม่ได้อยู่ในอารมณ์กินอาหารกลางวันเท่าไหร่

_AEY6715
ไต๋จำรูญ มองเห็นจุดดำๆ ไกลๆ อีกแล้ว ตราวนี้ไกลกว่าเดิมอีกมองด้วยตาเปล่าเหมือนเงาคลื่น แต่ไต๋ก็เห็น เราก็คว้ากล้องมาซูมสุดๆ ส่องดูถึงได้เห็นว่ามันเป็นปลาวาฬจริงๆ

พอเจ้าตัวไกลๆ นั้นไม่ให้ความร่วมมือเป็นแบบถ่ายภาพสวยงามให้กับเรา เลยก็เลยวนกลับมาหาแม่ข้าวเหนียวอีกครั้ง คราวนี้แม่ข้าวเหนียวว่ายน้ำกับลูกน้อยเข้าไปที่ตื้นใกล้ฝั่งกว่าเดิม วิธีการกินอาหารของแม่ข้าวเหนียวก็เปลี่ยนไป แทนที่จะยกหัวขึ้นมาตรงๆ และตักปลากะตักด้วยปากล่างกลืนลงคอ ก็ใช้วิธีเอียงตัวไปข้างๆ และงับทางแนวนอนแทน เพราะความลึกของน้ำไม่พอที่จะให้ปลาวาฬวาดหางตั้งตัวตรง

_AEY6615

_AEY6618
เนื่องจากอยู่บริเวณน้ำตื้นทำให้ แม่ข้าวเหนียวใช้วิธีเอี้ยวตัวในการกินแทนการยกหัว และปากขึ้นตรงๆ

หลังจากแม่ลูกคู่นี้ว่ายวนกินอาหารให้เราดูเกือบๆ 3 ชั่วโมง เมฆฝนก็เริ่มก่อตัวหนาขึ้น ดำขึ้น ปลาวาฬแม่ลูกก็เริ่มว่ายน้ำออกไปสู่ทะเลเปิด พวกเราตามดูอยู่สักพักก็ตัดสินใจหันหัวเรือกลับบ้านบ้างดีกว่า

_AEY6728

มาคราวนี้เราเอา GPS มา plot ตำแหน่งของเส้นทางที่เราเดินเรือออกมา และบริเวณที่เจอปลาวาฬด้วยครับ ลองดูในภาพส่วนที่เป็นเส้นสีเหลืองและเขียว ช่วงนั้นคือช่วงที่เราเจอปลาวาฬกินปลากะตัก สังเกตการว่ายน้ำของปลาวาฬจะเห็นว่าในช่วงที่มันกินอาหารมันจะว่ายวนเป็นวงกลมกว้างๆ บริเวณที่เราเจอปลาวาฬคราวนี้เป็นบริเวณระหว่างปากแม่น้ำแม่กลอง สมุทรสงคราม กับ ปากแม่น้ำท่าจีน สมุทรสาคร รวมระยะทางไปกลับประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 7 ชั่วโมง

map_overall
เราออกเรือจากอ่าวบางตะบูนทางซ้ายมือ วิ่งเรือไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ เลาะขอบอ่าวไทย ผ่านสมุทรสงคราม ไปจนเกือบถึงสมุทรสาคร

map_detail
พอเราซูมเข้ามาดูใกล้ๆ จะเห็นว่าช่วงที่เป็นสีเหลือง และ สีเขียว ซึ่งเป็นช่วงที่เราเห็นปลาวาฬกินอาหารนั้น คู่ปลาวาฬจะว่ายวนเป็นวงกลม (ส่วนที่เห็นสีแดงมุ่งไปทางตะวันออกนั้นคือช่วงที่เราลองตามไปดูปลาวาฬอีกตัวหนึ่ง แล้วก็วนกลับมาหาแม่ข้าวเหนียวกับลูกอีกครั้ง)

จริงๆแล้ว นอกไปจากปลาวาฬแล้ว ทะเลบริเวณนี้ก็มีอะไรให้ถ่ายรูปได้สนุกสนานไม่แพ้ปลาวาฬ โดยเฉพาะ action ของนกต่างๆ แต่การจะถ่ายรูปได้ก็ต้องใช้ความพยายามอยู่พอสมควรเหมือนกัน เลนส์ต้องโฟกัสเร็วพอสมควรไม่อย่างนั้น กดไม่ทัน ไม่เข้าเป้า
_AEY6812

_AEY6619

_AEY6621

_AEY6811

สรุปว่าทริปนี้เราประสบความสำเร็จ มีความสุขกันทุกคน ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ร่วมทริปครั้งที่แล้วบางท่านที่ไม่ได้มาคราวนี้นะครับ แล้วเราจะกลับมาใหม่เดือนพฤษจิกายน พาผู่ร่วมทริปที่แห้วไปเมื่อทริปก่อนหน้านี้มาแก้มือกันใหม่อีกครั้ง หวังว่าโชคจะเข้าข้างนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ปลาวาฬบรูด้าสะกดภาษาอังกฤษว่า Bryde’s Whale แต่อ่านออกเสียงว่า “บรู-ด้า” ถูกต้องแล้วเพราะชื่อภาษาอังกฤษนั้นมาจากภาษานอร์เวย์ทำให้ตัวสะกดดูแปลกๆ
  • ปลาวาฬบรูด้าที่พบเห็นในอ่าวไทยตอนเหนือ (เส้นแบ่งอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช) นี้เป็นสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กเรียกว่า Eden’s Whale (Balaenoptera edeni) เป็นสายพันธุ์ย่อยของปลาวาฬบรูด้าซึ่งพบในบริเวณอินโดแปซิฟิก เป็นคนละสายพันธุ์กับบรูด้าที่พบเห็นตามที่อื่นๆ ทั่วโลก (Balaenoptera brydei) นักวิชาการคิดว่าฝูงในอ่าวไทยนี้ไม่มีการอพยพไปไหน อยู่ในอ่าวไทยตลอดทั้งปี
  • ควรศึกษาการชมปลาวาฬอย่างถูกวิธีก่อนไปชมนะครับ

About the Author

เอ้ตั้งแต่เรียนเป็นสถาปนิกในมหาวิทยาลัยก็จับกล้องฟิล์มท่องเที่ยวมาตลอด เลยทำให้ค้นพบตัวเองว่าไม่สามารถทำงานนั่งโต๊ะในออฟฟิศได้ เลยเปลี่ยนเส้นทางมาเป็นครูสอนดำน้ำ และอีกหลายๆ อย่างที่ไม่ต้องเข้างานในออฟฟิศ ถึงแม้ว่าสายอาชีพจะเปลี่ยนไปแต่เอ้ยังคงชอบจับกล้องท่องเที่ยว และไม่หยุดเรียนรู้ทฤษฎีการทำงานของกล้องและอุปกรณ์ในการถ่ายรูป

View all posts by เอ้

Share this: