ทดสอบภาคสนาม Nauticam Super Macro Conversion Lens

ทดสอบภาคสนาม Nauticam Super Macro Conversion Lens

เรื่องและภาพ: Shin Arunrugstichai

ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานี้ ในระหว่างสอน workshop ที่ทริป Anilao ผมมีโอกาสได้ไปลองใช้ Nauticam SMC ซึ่งเป็น wet lens สำหรับถ่าย Super Macro ของ Nauticam อย่างงงๆ แบบไม่ได้ตั้งใจ อีท่าไหนไม่รู้เผลอๆ เจ้าเลนส์ตัวนี้ก็โผล่มาในกระเป๋าได้ 5555

Nauticam SMC เป็นเลนส์ใต้น้ำตัวใหม่ที่เพิ่งถูกปล่อยออกสู่ตลาดในช่วงสิ้นปี 2013 ครับ ซึ่งตอนนี้ก็สามารถหาซื้อใช้ได้ในประเทศไทยแล้ว Wet lens ตัวนี้คือชิ้นเลนส์ที่มาใส่ประกบหน้าพอร์ตเพื่อให้สามารถโฟกัสวัตถุได้ใกล้กว่าระยะ minimum focus ของตัวเลนส์ ซึ่งทำให้เราสามารถบันทึกภาพได้ใหญ่ขึ้นลงบนเซนเซอร์ของกล้องครับ ที่เรียกว่า wet lens ก็เพราะสามารถถอดใส่กันได้ที่ใต้น้ำเลยครับ

ปกติแล้วเลนส์ macro ส่วนใหญ่จะให้กำลังขยายสูงสุดที่ 1:1 อยู่แล้ว พอเราติด Nauticam SMC นี่เข้าไป จะทำให้เราสามารถบันทึกภาพวัตถุได้ใหญ่กว่าปกติอีกหลายเท่าตัว

ขอออกตัวว่าเป็นรีวิวแรกที่เขียนนะครับ ซึ่งอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใช้นี่ ถ้าไม่เก็บเงินซื้อเองหมด ก็ยืมมาใช้ ไม่ได้มี sponsor หรืออะไร (ถ้ามีก็ดีสิวะ! สนใจติดต่อมาได้เลยนะครับ XD สถานะตอนนี้คือคล้ายๆกับบุคคลล้มละลาย… สิ้นเนื้อประดาตัวไปถมทะเล) ซึ่งรีวิวนี้จะเขียนอย่างที่คิดจริงๆ จากการใช้งานในสนามจริงๆ ชอบไม่ชอบก็จะบอกตรงๆ ในฐานะคนใช้งาน ผมว่ายิ่งหาจุดติได้เยอะเท่าไร ก็เป็นการผลักดันให้ผู้ผลิตทำอุปกรณ์ที่ดีขึ้นออกมาให้เราใช้กันอีก ดังนั้น critical ไว้เป็นข้อดีฮะ ด่าแม่งเข้าไปเพื่อที่มันทำของดีๆถูกๆมาให้เราใช้ (แต่ต้องด่าตามความจริงนะฮะ 🙂 )

ส่วนเนื้อหาทาง technical spec ผมขอไม่เน้นละกันนะครับเพราะสามารถ google หาอ่านได้ทั่วไปไม่ยากครับ หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์ให้แก่พี่น้องผองเพื่อนไม่มากก็น้อยนะครับ

Set up ที่ใช้รอบนี้คือ
– กล้อง Nikon D800E
– เลนส์ Nikkor 105 Micro VRII
– strobe Sea & Sea YS-D1
– Housing Nauticam NA-D800
– และขาดไม่ได้ Nauticam SMC

ขอออกตัวก่อนเริ่มเรื่องนิดนึง ส่วนตัวผมไม่เคยใช้ Subsee +10 ของ Reefnet มาก่อน (digitalay: macro wet lens อีกยี่ห้อนึงซึ่งถือว่าเป็นผู้นำตลาดทางนี้) เลยเปรียบเทียบให้ไม่ได้ครับ

  1. กำลังขยาย | Magnification  

อย่างแรกที่รู้สึกหลังจากได้ลองมองผ่าน viewfinder แล้ว คือมันจะขยายไปใหญ่ถึงไหน(วะ)?! กำลังขยายของมันทำให้ได้ภาพ nudibranch ตัวนี้อัดเต็ม frame ถึงขนาดที่ภาพราวๆ ครึ่งนึงที่ถ่ายมา มีหัวขาดหางขาดเลยด้วยซ้ำ คือเป็น lens super macro แท้ๆเลยล่ะครับ


   ภาพนี้ไม่ผ่านการ crop ครับ [ISO100, F/22, 1/200]   

ตาม spec SMC ให้กำลังขยายได้ถึง 2.3 เท่าครับ ซึ่งทำให้ถ่ายพวกตัวจิ๋วๆ ไซส์เมล็ดข้าวได้อย่างเมามันส์เลยทีเดียว


   (บน) ภาพจากเลนส์ 105 macro (ล่าง) หลังจากใส่ SMC เพิ่มกำลังขยายแล้ว   

  2. ความคมชัด | Sharpness  

อย่างที่สองที่รู้สึกคือ… มันจะคมไปไหนวะไอ้เลนส์ตัวนี้ ส่วนตัวผมเป็นคนบ้า sharpness มาก (ประมาณว่าชอบขยายภาพ 100% มานั่งไล่จ้องดูรายละเอียด) ตอนแรกผมคาดไว้ว่ามันต้องมีจุดบอดของ image quality พอให้สังเกตได้บ้างสิน่า แต่พอได้นั่งไล่ดูภาพไปๆ มาๆ ผมไม่รู้สึกถึงความบกพร่องที่เห็นได้ชัดใดๆ ในภาพเลย แม้จะขยายมาดูที่ 100% แล้ว (ถ้าโฟกัสเข้าเป้านะ…) (digitalay: ความบกพร่องของภาพที่มองเห็นกันส่วนใหญ่ในภาพที่คุณภาพเลนส์ไม่ถึง มีได้หลายแบบ ตัวอย่างเช่น chromatic aberration หรือสีเหลื่อมมีขอบเขียวหรือขอบม่วงขึ้นในจุดที่มีสีตัดกันรุนแรง, ขอบภาพเบลอ, ขอบภาพมืด เป็นต้น)


   ภาพนี้ crop 100% sharpness คมเปรี๊ยะ เอาไปโกนขนจั๊กกะแร้ได้สบายๆ [ISO100, F/16, 1/320]   

ทีแรกผมคิดว่าเหตุผลของความคมน่าจะเป็นเพราะการที่เราสามารถเข้าไปใกล้วัตถุที่จะถ่ายได้มากขึ้น ระยะ minimum focus ของ SMC อยู่ที่ราวๆ 50 mm จากหน้าเลนส์ ซึ่งใกล้ขึ้นกว่าระยะ minimum focus ของเลนส์ Nikkor Micro 105 ซึ่งอยู่ที่ประมาณเกือบๆ 20 cm ยิ่งเข้าใกล้วัตถุ ก็มีมวลน้ำที่น้อยลงมาขวางทางแสง ตะกอนยิ่งน้อย ภาพก็ยิ่งคมครับ

แต่คิดว่าปัจจัยหลักอีกอย่างของความคม น่าจะเป็นเพราะคุณภาพงานในการสร้างของ SMC ตัวนี้เช่นกัน คุณภาพของตัวเลนส์ทำให้การหักเหของแสงไม่ผิดพลาดและแม่นยำทุกจุดทั้งหน้าเลนส์ จึงทำให้ภาพมีความคมชัดสูงมาก ซึ่งความเห็นหลังการใช้งานจากช่างภาพคนอื่นๆก็มาในทิศทางเดียวกันเรื่องคุณภาพของชิ้นแก้ว ใช้แล้วสะใจครับ เอามานั่งส่องดู pixel แล้วฟินมากมาย

  3. ระยะชัดตื้น | Depth of field  

ในฐานะที่เพิ่งลองเอากล้องใหญ่ไปลงครั้งแรกในทริปนี้ด้วย แอบตกใจครับเมื่อใช้ Nauticam SMC ตัวนี้ Depth of field บางเป็นกระดาษเลยทีเดียว เนื่องจากต้องเข้าใกล้ subject มากกกกก (สังเกต bokeh ของจุด nudi) ในรูป… ที่ไล่เป็นดวงๆเลยทีเดียว ติดแค่ปลายๆ ของ Rhinophore

แต่จริงๆคือ shot นี้ F ใช้ค่อนข้างกว้างมากสำหรับการถ่าย Super Macro ครับคือ F/13 ถ้าใช้ F/32 แบบปกติที่ถ่ายกัน depth ก็เหลือเฟือครับ


   เลือกปรับ F ให้เหมาะกับภาพที่จะถ่าย มันก็ออกมาแบบนั้นล่ะครับ [ISO 100, F/13, 1/320]   

  4. ระยะโฟกัส | Focus Distance  

อย่างหนึ่งที่รู้สึกแปลกๆเมื่อหมุน SMC ใส่หน้าพอร์ตตอนแรก เหมือนไม่ค่อยคุ้นแอบหงุดหงิดเล็กๆ คือช่วงระยะที่จะสามารถโฟกัสได้ การถ่ายด้วย SMC ต้องเข้าใกล้ subject เป็นอย่างมาก น่าจะอยู่ระยะห่าง subject ไปราวๆ 2 นิ้วถึงจะโฟกัสได้ เหมือนกับการใช้ super macro ทั่วไป

รอบนี้ผมใช้ Nikkor 105 Micro ตลอดทริป ซึ่งมุมรับภาพแคบแล้ว พอติดเลนส์ตัวนี้เข้าไปยิ่งแคบเข้าไปอีก ทำให้หลายๆ ครั้งมองหา subject ไม่เจอครับ ซึ่งตรงนี้คือทำอะไรไม่ได้นอกจากซ้อมจนคุ้นเคยก็จะทำให้หาเป้าหมายได้ง่ายขึ้นเยอะครับ วันแรกผมต้องค่อยๆ ไล่หาจุดที่จะถ่ายซะมึน แต่วันต่อๆ มาพอเริ่มคุ้นมือกัน ผมก็เอา SMC เล็งไปที่ตัว subject ในช่วงโฟกัสที่เรากะได้เลย

อีกอย่างนึงถึง spec ระยะโฟกัสที่ดูเหมือนจะใกล้มาก แต่ใช้งานจริงก็มีที่เหลือเฟือในการจัด Strobe ครับ ตอนแรกก็หลอนๆ เหมือนกันว่าจะจัดไฟไงดีวะ

ขอเสริมว่าความรู้สึกไม่คุ้นนี่น่าจะเป็นเพราะตัวผมเองครับ เพราะเพิ่งเคยได้ถ่าย super macro เป็นครั้งแรก.. อ่อนที่ประสบการณ์ของคนครับ อุปกรณ์ไม่ผิด


   อดทนกับความมึนระยะ ไปซักพักเดี๋ยวก็ชิน ปะการัง Galaxea sp. แผงนี้ผ่านการเล็งจนชินมาแล้ว [ISO100, F/20, 1/320]   

  5. การใช้งาน | Handling  

ขนาดของ SMC ก็พอๆ กับ Subsee +10 ครับ กระทัดรัดอันไม่ใหญ่พกใส่กระเป๋าเดินทางได้สบายๆ บนบกไม่รู้สึกเกะกะอะไร แต่ตอนลงน้ำถ้าหาที่เก็บไม่ได้ก็ลำบากอยู่เหมือนกัน

ในรอบนี้ผมล็อคเลนส์ Nauticam SMC ไว้กับ strobe arms ด้วยแท่นเก็บเลนส์ (lens caddy) เวลาจะใช้งานต้องหมุนเกลียวออกจากตัวแท่น แล้วมาหมุนเข้าหน้าพอร์ทอีกที ซึ่งเป็นอะไรที่สร้างความลำบากพอตัว ผมไม่ค่อยพอใจเท่าไร เพราะกว่าจะหมุนเข้าหมุนออกให้เข้าที่แต่ละทีนี่มันใช้เวลาเหมือนกัน บางทีทำให้เสียจังหวะ และเสียเวลาที่มีค่าในการเก็บพฤติกรรมสัตว์

หลังจากใช้งานได้ 2 วัน ผมเริ่มรู้สึกว่าเกลียวมันหมุนเข้าที่ได้ยากขึ้น พี่ Pairoj ที่ไปทริปด้วยกันแนะนำให้ลองทา grease ที่เกลียวทุกเช้าก่อนดำน้ำ ผลที่ได้ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะครับ


   Whitemargin Stargazer (Uranoscopus sulphureus) [ISO 100, F/29, 1/320]   

จริงๆ แล้ว Nauticam ทำฝาพับล็อคเลนส์ SMC แบบเปิดปิดให้ติดที่หน้าพอร์ทไว้ด้วย ซึ่งจะทำให้การใช้เลนส์นี้ง่ายขึ้นมาก พอจะใช้ก็แค่ปิดฝาพับเอาเลนส์ SMC ลงมาไม่ต้องมานั่งหมุนเกลียวเข้าๆ ออกๆ แต่ผมไม่มีโอกาสได้นำไปใช้ในทริปนี้ครับ

ฝาพับนี่ไม่ได้แถมนะครับ ต้องซื้อแยก แต่โลกคุณจะสวยขึ้นเยอะฮะ

  6. โครงสร้าง | Construction  

เลนส์ SMC เป็นเกลียว 67 mm ทำให้สามารถใช้งานได้กว้างขวางมากครับ ประกอบกับ port ได้หลายยี่ห้อ

โครงสร้างของตัว Nauticam SMC นี่แข็งแรงทนทาน simple มากครับ เป็นก้อน lens หนักๆ ก้อนนึง วัสดุภายนอกเป็นโลหะทั้งก้อน ไม่มีพลาสติคก๊องแก๊งมาให้กังวล มีฝาปิดกันรอยสำหรับเดินทางมาด้วย ด้วยโครงสร้างที่ simple ง่ายๆ ของมันทำให้ ดูแลรักษาง่ายครับ นอกจากล้างน้ำเปล่าแล้ว อาจแค่ต้องคอยล้างทรายออกจากเกลียวหลังจากดำน้ำเสร็จ และทา grease ใส่เกลียวก่อนออกไปดำน้ำเท่านั้นเองครับ

ส่วนตัวแอบรู้สึกว่าหนักกว่าที่คิด คือหนักจนปาหัวหมาแตกตายได้ไม่ยาก ถ้าทำหลุดมือหล่นหายคงร้องไห้เป็นสายเลือด (เพราะราคาที่น่าตกใจ) ถ้ามีบานพับจะช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ได้ครับ

ผมคิดว่าถ้ารักจะถ่าย super macro ลงทุนเอาเงินซื้อ SMC มาแล้วก็ซื้อไอ้บานพับเนี่ยไปด้วยเหอะครับ หมดห่วงเรื่องหลุดมือตอนหมุนไปหมุนมา พับมาใช้ได้เร็วกว่าด้วย ผมว่าคุ้มครับ


   (ซ้าย) Scorpion fish (Scorpaenidae อะไรซักอย่าง.. ขอโทษด้วยครับไม่ใช่ปลาที่ถนัด ^^”) [ISO100, F/18, 1/320] (ขวา) Jawfish หรือชื่อไทยว่าปลาอมไข่ [ISO100, F/18, 1/320]   

  7. ประโยชน์ | Usefulness  

เนื่องจาก Anilao เป็นการดำ muck dive ถ่าย Macro อยู่แล้ว ภาพที่ถ่ายมา ผมใช้ SMC เยอะมาก มีมากกว่าใช้เลนส์ 105 เปล่าๆ ซะอีก อย่าง pygmy seahorse ที่เล็กพอๆ กับก้อนขี้มูกนี่ ถ้าไม่มี SMC ช่วยก็คงไม่ได้ภาพที่ถูกใจได้แบบนี้ครับ

ผมไม่เคยลอง subsee เนื่องจากเพิ่งเคยเอากล้องใหญ่ลงน้ำ แต่รู้สึกชอบเลนส์ SMC ตัวนี้มากครับ ทำให้ได้ภาพที่ไม่คิดว่าจะถ่ายได้กลับมาเยอะเลย อีกเรื่องคือคิดว่าการได้มองผ่าน viewfinder สังเกตสัตว์ขนาดเล็กพวกนี้ มันก็รู้สึกเหมือนได้เชื่อมโยงกับสัตว์เหล่านั้นมากขึ้นครับ ซึ่งผมว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างนึงของการถ่าย macro


   ม้าน้ำแคระ หรือ pygmy seahorse (Hippocampus bargibanti) เป็นสัตว์จิ๋วสุดฮิตชนิดนึงครับ หน้าแบ๊วๆแถมสีชมพูหวานเจี๊ยบ ตัวในภาพที่เจอนี่ความยาวราวๆ 1 cm : [ISO100, F/16, 1/320]   

  8. สรุป | Verdict  

สรุปจากการใช้งานรอบนี้ ด้วยความคิดเห็นส่วนตัว

ชอบ

  1. คม คม และ คมมากกกก
  2. contrast จัดดี
  3. image quality เป๊ะจริงๆ มองไม่เห็นข้อเสียของรูป แม้กับสายตาของคนเรื่องมากขี้บ่นก็ตาม
  4. ขยายได้ใหญ่มากกกก 2.3X magnification
  5. โครงสร้างแข็งแรง เรียบง่าย และทนทาน
  6. ได้ภาพมุมแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยคิดจะถ่ายได้เยอะมาก ได้เห็นดีเทลที่ไม่เคยสังเกตเห็น
  7. การเข้าใกล้สัตว์ทำให้เหมือนได้เชื่อมโยงความรู้สึกใกล้ชิด ได้มองเห็นได้เข้าใจ สัตว์จิ๋วๆ มากกว่าเดิม มันเป็นความรู้สึกที่ดีฮะ

ไม่ชอบ

  1. น้ำหนักเลนส์ ถ้าหลุดมือนี่ร่วงดิ่งเลยนะครับ
  2. การหมุนเกลียวใส่นี่ไม่ง่ายเลยนะ (แก้ได้ด้วยการซื้อบานพับ ไม่มีแถมต้องจ่ายตังค์ซื้อเพิ่ม)
  3. ระยะ focus ที่ใกล้มาก หาเป้าหมายไม่ค่อยเจอ (ช่วยได้ด้วย focus light) ถ่ายยากกว่าที่คิด เสียเวลาราวๆ 1-2 นาทีกว่าจะหา subject เจอ ประมาณว่าพอได้ลองใช้ SMC ถ่ายแล้ว การโฟกัสด้วย Nikkor 105 Micro ธรรมดานี่ง่ายโคตรๆ ไปเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจเป็นเพราะผมยังไม่คุ้นกับการถ่าย super macro เฉยๆ อันนี้โทษฝีมือกากๆ ของตัวเองด้วยครึ่งนึง
  4. depth of field ที่แคบเป็นเศษกระดาษทิชชู่ แค่หายใจก็หลุดโฟกัสได้ง่ายๆ แล้วครับ แต่เป็นปกติของการเข้าใกล้ในระดับเพื่อถ่าย super macro อยู่แล้ว
  5. ราคาครับ Nauticam SMC ราคาสูงกว่าตัว Subsee + 10 ของ reefnet เกือบสองเท่า ซึ่งอาจเป็นเรื่องเดียวจริงๆ ที่ทำให้ชลอความอยากได้ เจ้า SMC ลงไปเยอะ

หลายๆ อย่างที่ไม่ชอบคือเป็นด้วยประสบการณ์ส่วนตัวที่ยังไม่เยอะด้วยครับ ซึ่งคาดว่าหากได้ซ้อมใช้จนคุ้นมือ หรือมีอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสม จะช่วยให้ใช้งาน SMC ได้อย่างสะดวกสบายขึ้นเยอะ แอบเสียใจเล็กๆ ที่ Nauticam ใจร้ายไม่ยอมแถมบานพับมาให้กับ SMC เพราะมันจะช่วยได้เยอะมาก

รีวิว SMC ของท่านอื่นๆ ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันที่ชื่นชอบคุณภาพสูงลิ่วของตัว wet lens ชิ้นนี้ แต่ราคาก็แรงแปรตามคุณภาพไปด้วยครับ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าคิดในการจะอัพเกรดเพื่อคุณภาพของภาพถ่าย ว่าจะคุ้มกับคุณหรือเปล่า ถ้าถามผมแล้วผมว่าสำหรับคนชอบการถ่าย Macro เลนส์ SMC เป็นอะไรที่ควรจะต้องมีในกระเป๋าไว้เลยทีเดียว

สำหรับผมพอได้ไปใช้ก็ติดใจมากฮะ และก็คิดว่าน่าจะซื้อชัวร์เมื่อเก็บตังค์ได้ จะได้เอามาเป็นเพื่อนซี้กับ Nikkor 105 Micro VR II (ที่ยังไม่ได้ซื้อเช่นกัน ยืมมาครับ)

9/10 ครับ เชียร์สุดใจ


   ภาพแถม… รายละเอียดครีบที่มีเข็มพิษของปลาสิงโต (Pterois sp.) [ISO100, F/32, 1/320]   


   รายละเอียดดวงตาประกอบ (compound eye) ของกั้งตั๊กแตน 7 สี (Odontodactylus scyllarus) ตอนถ่ายนี่ก็หลอนว่ามันจะต่อยใส่ SMC ด้วยหรือเปล่า [ISO100, F/18, 1/320]   

ขอขอบคุณ
– พี่แอ่ว Rbj แห่ง Pixpros House & Deep House Project ด้วยครับที่เอื้อเฟื้อให้ยืมอุปกรณ์สารพัดไปถ่ายในทริปนี้
– พี่เอ้ Dive Supply Bangkok สำหรับ SMC ที่อยู่ดีๆ ก็ติดมือผมไปด้วย
Leisurious สำหรับทริป Anilao ดีๆ ประทับใจมากเลยกับความสนุกในครั้งนี้

เกี่ยวกับผู้เขียน
“ชิน” ศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย เป็นนักดำน้ำรุ่นใหม่ เริ่มถ่ายภาพใต้น้ำด้วยกล้อง compact จนได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดภาพถ่าย Me & Sea จากงาน TDEX ปี 2013 ในประเภท Compact & Smartphone ปัจจุบัน “ชิน” หันมาจับกล้อง DSLR จริงๆ จังๆ ความที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และกำลังทำ Thesis ปริญญาโทเกี่ยวกับฉลามอยู่ ทำให้ชินมีความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสัตว์ และ ระบบนิเวศเป็นอย่างดี 

About the Author

ชินนักศึกษาปริญญาโทหนุ่มหล่อ ทำงานวิจัยทางชีววิทยาเชิงอนุรักษ์ของปลาฉลาม แต่ชอบระเห็จอู้งานการเขียนวิทยานิพนธ์ไปถ่ายรูปสารคดีทั้งบนบกและใต้นำ้ ก่อนหน้านั้นเคยทำงานอนุรักษ์แนวปะการังกับทีมอาสาสมัครเกาะเต่าอยู่หลายปี หนุ่มคนนี้มีผลงานประกวดภาพถ่ายรางวัลระดับสากลกับเค้าอยู่บ้างเหมือนกัน

View all posts by ชิน

Share this: