มาลาปาสกัว ไม่ได้มีแต่ฉลามหางยาว

มาลาปาสกัว ไม่ได้มีแต่ฉลามหางยาว

จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของแต่ละไดฟ์

จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของแต่ละไดฟ์

เกาะเซบู (Cebu) อยู่ทางตอนกลางของประเทศฟิลิปปินส์ เรารู้จักกันดีจากความโด่งดังของ Oslob หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ทางด้านใต้ที่สามารถพบเห็นฉลามวาฬแนวตั้งได้แทบทุกวัน ถัดออกมาทางเหนือจากเกาะเซบู ไม่ไกลนักยังมีอีกจุดมุ่งหมายหนึ่งซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก นักดำน้ำหลายคนอยากจะมาสัมผัส ที่นี่เราสามารถพบเจอสัตว์น้ำหน้าตาน่ารัก ดวงตากลมโตอย่างเจ้า Thresher shark หรือ ฉลามหางยาว ได้ไม่ยากนักที่นี่คือเกาะมาลาปาสกัว (Malapascua)

ณ จุดดำน้ำ Monad Shoal สถานที่อันขึ้นชื่อที่จะได้พบฉลามหายากตัวนี้ เราต้องตื่นแต่เช้า ออกเรือตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเป็นอย่างช้า เพื่อไปนั่งรอดูพวกมันขึ้นมาที่ cleaning station ฉลามหางยาวเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำทะเลลึก จะขึ้นมาที่ตื้นเพื่อ cleaning เฉพาะช่วงเช้าตรู่ของวันเท่านั้น ถ้าออกสายก็จะเป็นเรื่องยากในการพบเห็น ถึงจะพูดว่าเป็นที่ตื้นของฉลามแต่สำหรับคนเราก็ไม่ตื้นซักเท่าไหร่ จุดเฝ้ารออยู่ที่ความลึกประมาณ 30 เมตร

ที่เกาะมาลาปาสกัวมีจุดดำน้ำที่หลากหลาย นอกเหนือจากฉลามหางยาว เรายังมีโอกาสลุ้นพบเจอกับสัตว์น้ำอื่นๆ ได้เช่นกัน ทั้ง Manta rays และ devil rays รูปแบบการดำก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น deep blue กลางน้ำ อย่างจุดที่เรียกว่า Nunez Shoal และ Calanggaman ที่สามารถไปลุ้นกับฉลามหัวฆ้อน (แต่ถ้าไม่เจอก็จะกลายเป็นไปว่ายน้ำเล่นกลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง ^^”) หรือ wall dive, cave dive, wreck dive หรือแม้แต่ muck dive ให้เลือกสรรค์ตามความชื่นชอบของแต่ละคน

ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับ macro ที่นี่ เนื่องจากคุ้นเคยกับจุดดำน้ำอื่นๆ อย่าง Lembeh straits ที่อินโดนิเซีย หรือ Anilao ที่ฟิลิปปินส์ มากกว่าอยู่แล้ว และทุกครั้งที่พูดถึงมาลาปาสกัวภาพของสัตว์กลางน้ำตัวใหญ่ก็จะโผล่ขึ้นมาในหัวอยู่เสมอ แต่พอได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง ผมรู้สึกว่ามาลาปาสกัว ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจสำหรับนักดำน้ำที่ชื่นชอบตัวเล็กตัวน้อยไม่แพ้ที่ไหนเหมือนกัน

จุดดำน้ำอย่าง The lighthouse ทุกวันในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน เราสามารถไปแอบดูเจ้าปลา mandarins จับคู่ mating กันได้ (Mandarin boom boom) สำหรับงานนี้เราจะต้องลงน้ำก่อนที่แสงอาทิตย์จะหมด ไปนั่งเฝ้ารอเจ้าตัวเล็กรอบๆ กองประการังเขากวาง พอเริ่มมืดจะเริ่มเห็นพวกมันออกมาทีละนิด ทีละนิด จับคู่กันตามพอใจ เวลาที่มัน mating กัน เราจะเห็นมันว่ายเอาตัวมาชนกันแล้วค่อยๆ ลอยขึ้นเหนือกองปะการัง ประมาณ 3-4 วินาที แล้วก็สะบัดตัวแยกจากกัน เหลือเอาไว้เพียงควันบางๆ ของไข่และ sperm ลอยอยู่กลางน้ำ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ดาวเด่นของทุกเย็น คู่รักแมนดาริน

ดาวเด่นช่วงพระอาทิตย์ตกดิน คู่รักแมนดาริน

สำหรับนักดำน้ำที่ต้องการจะถ่ายภาพ ผมแนะนำให้ใช้ไฟสีแดงในการโฟกัส เพราะจะไม่รบกวนปลา ถ้าเราฉายไฟฉายสีปกติ ปลาจะไม่ยอมว่ายขึ้นมา mating สักเท่าไหร่ แต่พอปลาคู่รักเริ่มว่ายลอยตัวขึ้นมาแล้ว จะสามารถใช้ไฟปกติในการถ่ายรูปได้ การถ่ายรูปปลา mandarin mating นี้ผมว่าเป็นอารมณ์เหมือนแอบถ่ายเล็กๆ สนุกสนานกันไป หลังจากแอบดูเจ้าแมนดาริน บูม บูม กันเสร็จแล้ว ที่จุดนี้ยังสามารถพบเจอกับสัตว์อื่นๆ ได้อีก ทั้งม้าน้ำ ปลาหมึกหลากหลายสายพันธุ์ รวมไปถึงเจ้า bobtail squid ตัวจ้อยด้วย

ทริปนี้ผมได้อุปกรณ์ใหม่มาลองเป็น nauticam 45 degree viewfinder ช่วงแรกๆ ต้องปรับตัวกันเล็กน้อย แต่พอใช้ไปสักพัก ผมรู้สึกว่าเหมาะกับการถ่ายมาโครมากๆ เนื่องจาก subject ส่วนใหญ่จะอยู่ค่อยข้างติดพื้น เจ้าตัวนี้ทำให้เราไม่ต้องก้มหน้ามากจนเกินไป สบายขึ้นมากๆ และจัดมุมได้ดีขึ้นอีกด้วย

bobtail squid ปลาหมึกจิ๋วที่มักจะเจอได้บ่อยเวลาทำ night dive

bobtail squid ปลาหมึกจิ๋วที่มักจะเจอได้บ่อยเวลาทำ night dive

จุดดำน้ำยอดฮิตอีกจุดอย่าง Gato island ที่สามารถพบกับ white tip reef sharks ตัวอ้วน นอนเรียงรายในถ้ำแล้ว โลกมาโครของจุดนี้ก็ไม่ได้น้อยหน้าเช่นกัน ที่จุดนี้มีทั้งทากทะเลมากมายหลายชนิด แถมยังตัวใหญ่โตกว่าที่อื่นค่อนข้างมาก ไม่ต้องกลัวจะมองกันไม่เห็นเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีกุ้งบนฟองน้ำที่พรางตัวได้อย่างแนบเนียบ ขนาดอยู่ตรงหน้ายังแยกไม่ออก และม้าน้ำก็สามารถพบเห็นได้เช่นกัน

ทากทะเลหน้าตาแปลกที่ Gato Island

ทากทะเลหน้าตาแปลกที่ Gato Island

มองเห็นกุ้งมั้ยครับ พรางตัวอยู่อย่างเนียนมากๆ

มองเห็นกุ้งมั้ยครับ พรางตัวอยู่อย่างเนียนมากๆ

จุดดำน้ำสุดท้ายที่อยากจะพูดถึงคือ Chocolate Island เป็นจุดดำน้ำที่ไม่น้อยหน้าใครในส่วนของมาโคร สามารถพบเจอได้แทบทุกสิ่งอย่าง ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับ ไดฟ์ลีดเดอร์ว่าจะตาดีขนาดไหน จุดนี้เมื่อสองอาทิตย์ก่อนที่ผมจะไป มีคนเจอเจ้า marble mouthed frog fish พร้อมกับไข่ข้างกาย น่าเสียดาย ตอนที่ไปดำไม่ได้เจอ แต่ตลอดหนึ่งชั่วโมง เรียกว่าได้พบเจอสิ่งมีชิวิตมากมายหลายอย่าง ทั้ง Blue ringed octopus ปลาหมึกยักษ์ตัวเล็ก ที่พิษของมันไม่เล็กตามตัว Sea snake ตัวเท่าท่อนแขน ว่ายคู่กันไปให้พอตื่นเต้นตลอดทั้งไดฟ์ Flat worm สีสรรสวยงาม และ nudibranch มากมายหลากหลายสายพันธุ์ นอกจะนี้ยังสามารถพบกับเจ้า Pygmy seahorse (Bargibanti) ได้ที่จุดดำน้ำอย่าง deep slope ซึ่งเป็น pygmy ตัวที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา (แต่ก็ยังเล็กมากอยู่ดี 5555)

Blue ringed octopus ปลาหมึกยักษ์ตัวเล็ก ที่พิษของมันไม่เล็กตามตัว

Blue ringed octopus ปลาหมึกยักษ์ตัวเล็ก ที่พิษของมันไม่เล็กตามตัว

Pygmy Seahorse ตัวใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา

Pygmy Seahorse ตัวใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา

การเดินทางไปมาลาปาสกัว ผมบินจาก กรุงเทพ ไปมะนิลา และจากมะนิลา ไปยังเกาะเซบู ต่อรถอีกราวๆ สามชั่วโมงเพื่อไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ Maya และต่อเรือแมงมุมอีกราวๆ หนึ่งชั่วโมงเพื่อไปถึงยังเกาะมาลาปาสกัว แต่ด้วยความครบของโลกใต้น้ำขนาดนี้ ทำให้การเดินทางที่ค่อนข้างทรหดคุ้มค่าความเหนื่อยแน่นอนครับ

ร้านอาหารบนเกาะก็มีอยู่มากมายหลายร้าน ทั้งอาหารพื้นเมือง อาหารญี่ปุ่น แต่ที่พลาดไม่ได้เลยคือ อาหารอิตาเลี่ยนจากร้านชื่อ Angelina ถ้าไปถึงมาลาปาสกัวแล้วไม่ได้ลองต้องถือว่าพลาดนะครับ นอกเหนือจากใต้ทะเลอันสวยงามแล้ว มาลาปาสกัวยังมีหาดทรายที่สวยงามให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เป็นนักดำน้ำมานอนชื่นชมบรรยากาศอีกด้วย

ขอบคุณ neverdry (Thailand) / Aquako (Thailand) / nauticam (Thailand)

About the Author

แยม"การถ่ายรูปให้ถ่ายในสิ่งที่เราชอบ ไม่ใช่สิ่งที่คิดว่าคนอื่นจะชอบ” ประโยคหลักที่แยมยึดมั่นมาตลอดในการถ่ายภาพ การบอกเล่าเรื่องราวจากดวงตาคู่นึง สู่ดวงตาอีกหลายร้อยหลายพันคู่ เป็นหนึ่งในความสนุกที่แยมได้ค้นพบจากการถ่ายรูป ภาพของท้องทะเลจากแยม จึงแสดงท้องทะเลที่แยมหลงใหล ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ในการบอกเล่าเรื่องราว มี อิสระในความรู้สึก และไม่ยึดติดกับรูปแบบที่ตายตัว

View all posts by แยม

Share this: