อบรมการช่วยเหลือสัตว์ทะเลเกยตื้น

อบรมการช่วยเหลือสัตว์ทะเลเกยตื้น

ทุกคนคงเคยได้ผ่านตาคลิปวิดีโอโลมาเกยตื้น วาฬเกยตื้น เต่าเกยตื้น หรือสัตว์น้ำอื่นๆ เกยตื้นกันมาบ้างแล้ว ในไทยก็มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นเช่นกัน เป็นข่าวบ้างไม่เป็นข่าวบ้างแล้วแต่อันไป

ส่วนใหญ่ในคลิปจะจบลงด้วยการที่สัตว์เหล่านั้นได้กลับลงน้ำไป แต่ใครรู้บ้างว่าที่จริงหลังจากนั้นมันเป็นอย่างไร สิ่งที่คลิปสั้นๆ ไม่ได้บอกกับเราคือลูกโลมาบางตัวไม่รอดชีวิตจากการปล่อยกลับลงน้ำ วาฬบางตัวไหล่หลุดจากการโดนลากลงน้ำ เต่าบางตัวติดเชื้อในปอดเพราะสำลักน้ำตอนที่คนช่วยไว้

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้เปิดโลกใหม่จากการเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากเบี้องต้นที่จัดโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การอบรมนี้จัดเพื่อให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ชายฝั่งเรียนรู้วิธีช่วยเหลือสัตว์แบบถูกวิธี เพราะคนเหล่านี้คือคนแรกที่พบเจอสัตว์ที่ต้องการความช่วยเหลือ และบางทีก็เป็นปัจจัยสำคัญในการรอดชีวิตของสัตว์นั้นๆ

การช่วยเหลือขั้นแรกเมื่อพบเจอสัตว์เกยตื้นคือโทรแจ้งผู้เกี่ยวข้อง โดยบอกข้อมูลของสัตว์ให้ถูกเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมมาได้ตั้งแต่รอบแรกเลย ข้อมูลที่จำเป็นคือ

  1. สัตว์ประเภทไหน แยกให้ถูกว่าเป็นวาฬ หรือโลมา หรือพะยูน หรือเต่า ถ้าบอกไม่ได้ชัดๆ ก็บอกว่าขนาดเท่าไหร่ส่วนใหญ่แล้วถ้าเล็กกว่า 3 เมตรก็ตีว่าเป็นโลมาไปก็ได้
  2. สัตว์ที่เจอยังมีชีวิตอยู่หรือว่าเป็นซากแล้ว ถ้ามีชีวิตอยู่อยู่ในสภาพไหน บาดเจ็บที่ไหน ถ้าเป็นซากแล้วให้แยกออกเป็น 5 ระดับ คือ
    • เพิ่งตายสดๆ แบบว่าตายคามือเห็นๆ
    • ตายแล้วแต่ยังสภาพดี (ไม่มีกลิ่น)
    • ซากเริ่มเน่า (กลิ่นเริ่มมา)
    • ซากเน่า (ลิ้นจุกปาก ตัวอืด กลิ่นรุนแรงรับไม่ได้)
    • ซากแห้ง หรือกระดูก
    • turtle carcass

      ซากเต่าตัวอย่าง อันนี้เป็นซากระดับ 3 (เริ่มเน่า มีกลิ่นเบาๆ)

  3. พื้นที่ที่เจอเป็นแบบไหน หาดทราย หาดหิน ป่าชายเลน พื้นโคลน
  4. สถานที่ที่พบ ถ้าทำได้ก็แชร์ location เลยค่ะ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่รับเรื่องเค้าจะไล่ถามเราไปเป็นข้อๆ เราไม่ต้องจำก็ได้ว่าต้องบอกอะไรเค้าบ้าง แต่ข้อ 2 นี่ถ้าไม่ได้เรียนมาอาจจะตอบยากซักหน่อย นอกจากนี้ก็ถ่ายรูปไว้ให้เยอะๆ ถ่ายไว้ทุกด้าน ยิ่งถ้ามีอะไรเทียบ scale ได้เพื่อบอกขนาดก็จะยิ่งดี แล้วส่งรูปและข้อมูลไปทั้งหมดเลยค่ะ ส่งไปทางเพจรับแจ้งสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นก็ได้ค่ะ

ถ้าหากพบสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นโทรแจ้งได้ตามเขตพื้นที่ตามภาพนี้โลด (เครดิตภาพจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง)

ถ้าในกรณีที่สัตว์ยังไม่ตาย หลังจากโทรแจ้งแล้วการพยาบาลหลังจากนี้ล่ะคือจุดสำคัญ มาถึงขั้นตอนการปฏิบัติหน้างานในระหว่างรอเจ้าหน้าที่มาถึง

ฝึกปฏิบัติโดยมีสัตวแพทย์วิทยากรอาสาแทนตัวเป็นโลมาตัวอย่างให้

คนเรามักจะลืมไปว่าสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้เป็นสัตว์ที่ไม่ใช่ปลา แปลว่ามันต้องการอากาศในการหายใจเหมือนคนเรา พวกมันไม่สามารถหายใจในน้ำได้ และแปลว่ามันสามารถสำลักน้ำได้ และปอดก็ติดเชื้อได้ถ้าน้ำเข้าไปในทางเดินหายใจ เหมือนคนเราเป๊ะๆ

ซึ่งจากสถิติที่วิทยากรของกรมทรัพย์ฯ บอกมา โลมาที่เกยตื้นมาแล้วนั้นส่วนใหญ่จะตายเพราะอาการติดเชื้อที่ปอด เพราะน้ำที่เล็ดรอดเข้าไปตอนที่เราพยายามช่วยเหลือ สำหรับในคนก็มีกรณีคล้ายกันในคนที่จมน้ำ แพทย์จะให้กักตัวดูอาการหลังจากนั้นเพราะโอกาสที่น้ำเข้าไปในปอดมีสูง โลมาก็เหมือนคนเราเป๊ะๆ (ประโยคเดิมเป๊ะๆ)

ให้คำนึงเหมือนว่าเป็นการช่วยเหลือคนทุกขั้นตอน เพราะเรากับโลมานั้นไม่ต่างกัน

หลักการช่วยเหลือที่จำเป็นอันดับหนึ่ง จึงเหมือนกับหลักการ rescue คนนั่นคือ airway control เราต้องคอยพยุงมันไม่ให้น้ำเข้าช่องทางเดินหายใจ ซึ่งสำหรับวาฬและโลมานั้น ช่องที่ว่าอยู่บนหัวที่เราเรียกกันว่า blow hole นั่นเอง ท่าทางที่ผิดสุดๆ ในการช่วยเหลือและพลาดได้ง่ายๆ คือการยกหางสูง ให้ลองคิดว่าตัวปลาเป็นแผ่นกระดาน ถ้ายกหางสูงก็แปลว่าหัวจะต่ำซึ่งก็แปลว่าหัวจะจมน้ำและท่อหายใจที่อยู่บนหัวก็จมน้ำตามไปด้วย เราจึงต้องประคองส่วนคอค้างไว้เหมือนกับประคองคอคนจมน้ำนั่นเอง (นักดำน้ำที่ผ่านหลักสูตร rescue มาแล้วน่าจะนึกภาพตามได้ง่ายๆ) แล้วก็ให้ระวังดวงตาของพวกมันไปด้วยเลย เพราะอยู่ใกล้ๆ กัน

airway control คอยระวังไม่ให้ท่อหายใจจมน้ำ ตำแหน่งท่อหายใจของสัตว์ทะเลหายากทั้งหลาย อยู่ประมาณปากคนเวลานอนหงายอย่างนี้เลย

ถ้าน้ำลึกเกินเรายืนถึงก็จะทำให้การช่วยเหลือลำบากขึ้น ต้องระวังว่าอย่าพาสัตว์ไปที่น้ำลึกเกินไป

ต่อมาที่จำเป็นก็คือครีบอก เรื่องนี้เป็นข้อที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าครีบโลมาและวาฬนั้นไม่สามารถยกขึ้นชี้ไปทางหัวได้ ข้อต่อตรงนั้นกางได้ไม่มากเหมือนแขนคน ถ้าเกิดโดนดึงลากด้วยหาง (ซึ่งเป็นจุดที่จับได้สะดวกสุด) ครีบอกก็อาจจะลากกับพื้นกางไปทางหัว หรือกางผิดท่า โอกาสที่ข้อต่อตรงนั้นจะหลุด (เหมือนไหล่หลุดในคน) หรือหักก็เป็นไปได้มากๆ

ตัวอย่างการลากที่อันตรายต่อครีบอกของสัตว์มากๆ เราเข้าใจว่าหางมันเป็นจุดที่ดึงง่าย แต่ถ้าลากจากหางไปอย่างนี้ครีบอกอาจจะกางชี้ไปทางหัวจนไหล่หลุดได้ ภาพข่าวจาก abc news

เก็บครีบอก (แขนของสัตวแพทย์อาสา) ให้เข้าที่ไม่ให้บาดเจ็บ เทคนิคเสริมคือเอาขาคอยล็อคประกบข้างๆ ตัวสัตว์ตลอดเวลา (สังเกตขาของคุณหมอเสื้อเทาซ้ายมือ) หมอบอกว่าโลมาจะไม่ค่อยดิ้นถ้ารู้สึกว่ามีอะไรประกบข้างตัวอยู่

ความชุ่มชื้นของผิวหนังเป็นเรื่องต่อมา ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ปลา แต่ผิวหนังของพวกมันไม่ได้ออกแบบมาให้อยู่กลางแดดจ้า หรือจะปล่อยให้แห้งสนิทได้ ผ้าขนหนูชุบน้ำเปียกๆ คลุมตัว และร่มกันแสงแดดได้จะลดความบาดเจ็บและเหนื่อยล้าของสัตว์ได้อย่างมาก

ห่มผ้าชุบน้ำที่ลำตัวปกป้องผิวที่บอบบาง อย่าลืมเว้นผ้าตรงท่อหายใจและครีบหลัง แล้วก็ค่อยๆ ยกเคลื่อนย้าย

รายละเอียดของการช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกต้องมีมากกว่านี้อีกเยอะ แต่เราเขียนเล่าไม่หมด ถ้าหากสนใจลองติดต่อขอตัววิทยากรจากกลุ่มสัตว์ทะเลหายากโดยตรงจะครบถ้วนสมบูรณ์กว่านี้มาก ขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านจากกลุ่มงานสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน เป็นสองวันที่สนุกสนานและได้ความรู้มากๆ ค่ะ

ปิดการอบรมด้วยภาพหมู่

About the Author

มีนchief admin ของดิจิทะเลคนนี้ เรียนมาทางด้านการออกแบบโดยตรง แต่ใช้ชีวิตผูกพันและเกี่ยวข้องกับโลกใต้น้ำอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นไกด์และสอนดำน้ำที่ภูเก็ต ทำหนังสือแผนที่ใต้น้ำและนิตยสารดำน้ำหัวภาษาอังกฤษระดับเอเชีย จนถึงล่าสุดสารคดีชุดที่นำเสนอเรื่องราวของโลกใต้น้ำทางช่องไทยPBS

View all posts by มีน

Share this: